SEO คืออะไร (อัปเดตล่าสุดปี 2024) เข้าใจง่ายใน 1 บทความ

dev dev
3 Mins read
27 December 2023
194
SEO คืออะไร

สารบัญ

ทุกคนเคยสงสัยมั้ยว่า SEO คืออะไร? หลายคนอาจจะเคยได้ยินมาบ้างจากแวดวงธุรกิจ หรือสายงานด้านการตลาดออนไลน์ บรรดานักธุรกิจทั้งหลายต่างต้องการให้เว็บไซต์และธุรกิจของตัวเองเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง และแน่นอนว่าการทำ SEO จะเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จในการทำธุรกิจเลยก็ว่าได้ แล้วเราจะเริ่มต้นยังไงให้เว็บไซต์ติดอันดับ Google ได้โดยไม่ต้องเสียค่าโฆษณา! มาไขเทคนิคพิชิต Google ไปพร้อมกับน้องศรีแบบครบจบทุกประเด็นกันได้เลย

SEO คืออะไร ?

SEO ย่อมาจากอะไรกันนะ? SEO ก็คือ Search Engine Optimization เป็นการทำเว็บไซต์ให้ Google ถูกใจ จนดันเว็บไซต์ของเราให้อยู่ในอันดับสูง ๆ ในผลการค้นหานั่นเอง ทำให้เวลาคนกดค้นหาคำ Keyword ที่ต้องการแล้วเจอกับเว็บไซต์ของเราได้ง่ายมากขึ้น

 

ส่งผลให้ยอด Traffic ของกลุ่มเป้าหมายพุ่งปรี๊ดขึ้นแบบไม่ต้องลงทุนเสียเงินโฆษณา นอกจากนี้ยังเพิ่มโอกาสให้ยอดขายถล่มทลายอีกด้วยนะ คู่มือ(SEO) สำหรับมือใหม่ By.Google

SEO VS SEM ต่างกันอย่างไร

หลังจากที่ได้รู้จัก SEO แล้ว ทุกคนพอจะรู้มั้ยว่า SEO มีความแตกต่างจาก SEM ยังไง? หลายคนอาจสงสัยว่า มันมีวิธีการคล้ายกันแต่แค่เรียกคนละชื่อมั้ยนะ? น้องศรีขอบอกเลยว่าความจริงแล้ววิธีการมันแตกต่างกันแต่แค่มีจุดประสงค์เดียวกัน

 

SEM ย่อมาจาก Search Engine Marketing หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า Search Marketing นั่นเอง ซึ่งเจ้า Search Marketing เนี่ย พูดง่าย ๆ ก็คือ กระบวนการการตลาดออนไลน์ที่ได้รับ Traffic และการมองเห็นจากการค้นหาโดยการ “โฆษณา” ซึ่งวิธีการนี้จะเสียค่าโฆษณาให้กับ Google โดยระบบโฆษณาจะเป็นแบบ PPC หรือ Pay Per Click นั่นคือเราจะจ่ายค่าโฆษณาเมื่อมีการคลิกเกิดขึ้นเท่านั้น ถ้าจะให้น้องศรีสรุปง่าย ๆ เลย

 

SEO = การทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับโดยเทคนิคแบบไม่เสียค่าบริการ

SEM = การทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับโดยการโฆษณาแบบเสียค่าบริการ

 

เรียนรู้เพิ่มเติม SEO VS SEM

 

น้องศรีขอบอกว่าการทำ SEM ถือเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้ SEO เช่นเดียวกัน เพราะเป็นการทำการตลาดออนไลน์ที่มีคุณภาพ เห็นผลลัพธ์อย่างชัดเจนและใช้ระยะเวลาไม่นาน สามารถนำมาวิเคราะห์ในด้านของ Digital Margeting ต่อไปได้ เพียงแต่ SEM อาจมีค่าใช้จ่ายบางส่วนเพื่อแลกมากับการทำเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เสียเงินไม่ว่า เสียหน้าไม่ได้!

 

SEO ในธุรกิจ

SEO สําคัญอย่างไรกับการทำธุรกิจในยุคนี้

ถ้าถามน้องศรีว่ามันสำคัญยังไง แน่นอนว่า SEO ก็คือการทำ Digital Margeting แอบบอกว่าเราก็ รับทำ SEO แต่ในยุคนี้จะเป็นยังไงละ จะสำคัญยังไงบ้าง ไปดูกัน!

Brand Awareness

การรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness)

เวลาที่น้องศรีสงสัยอะไร ก็จะเข้า Google เพื่อค้นหาก่อนเลยเป็นอันดับแรก และเมื่อกดค้นหาก็จะเจอเว็บเดิมที่น้องศรีเคยเข้ามาก่อน เว็บไซต์พวกนั้นก็จะเป็นข้อมูลสำคัญที่น้องศรีเลือกเข้ามาอ่านบ่อย ๆ นั่นเอง เช่น น้องศรีต้องการหาร้านอาหารเกาหลีเกาใจแถวสยาม จะมีเว็บไซต์ Trueid.net ขึ้นมา และถ้าน้องศรีค้นหาว่า ร้านชาบูหม่าล่าแซ่บ ๆ แถวสยาม ก็จะเจอเว็บไซต์ True ID อีก ทำให้เว็บ True ID เกี่ยวข้องกับอาหารสำหรับน้องศรีไปเลย

 

Consideration

ช่วยในการพิจารณา (Consideration)

ถ้าน้องศรีกำลังสนใจสินค้าหรือบริการอยู่ แต่ไม่รู้ว่าจะเลือกซื้อดีมั้ย อยากจะหาข้อมูลเพิ่มเติม ก็เลยเลือกเข้า Google เพื่อค้นหาข้อมูลต่าง ๆ รวมถึงอ่านรีวิว ก็จะช่วยน้องศรีพิจารณาในตัวสินค้าหรือบริการนั้น ๆ ได้ดีขึ้น

 

Trustworthiness

เพิ่มความน่าเชื่อถือ (Trustworthiness)

Google มีเกณฑ์ในการจัดอันดับเว็บไซต์ที่ชื่อว่า E-E-A-T ถ้าเว็บไซต์ของเราทำให้ตรงเกณฑ์ก็จะเพิ่มโอกาสในการติดอันดับต้น ๆ ของ Google ได้

 

  • Expertise ทำให้เว็บไซต์ดูเป็นผู้เชี่ยวชาญ มีทักษะเฉพาะ ดูมือโปรด้วยการเขียนเนื้อหาที่เจาะลึกและเกี่ยวกับธุรกิจที่ทำได้

  • Experience เขียนเนื้อหาจากประสบการณ์ตรง เช่น เทคนิคการแต่งหน้าให้เป๊ะไม่โป๊ะ by น้องศรี ช่างแต่งหน้ามากประสบการณ์

  • Authoritativeness ทำให้เว็บไซต์ได้รับการอ้างอิงถึงจากเว็บไซต์ที่มีคุณภาพและมีความเกี่ยวข้องกัน หรือที่เรียกกันว่า การทำ Backlink

  • Trustworthiness สร้างความน่าเชื่อถือให้เว็บไซต์ เห็นแล้วรู้สึกว่ามีข้อมูลเต็มคลัง ดูน่าเชื่อถือไปซะหมด รับรองว่าติดอันดับชัวร์ไม่ต้องกลัวตุ้บ

 

User Experience

ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ (User Experience)

ยังมีอีกปัจจัยหนึ่งที่น้องศรีอยากบอก คือ Core Web Vitals ที่ให้ความสำคัญกับ User Experience จากการเข้าใช้งานเว็บไซต์ ซึ่งในการทำ SEO จะเน้นปรับปรุงแก้ไขให้เว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพตามหลัก Core Web Vitals ที่ช่วยสร้างประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ที่ดีให้กับผู้ใช้งาน เช่น ความเร็วในการดาวน์โหลด การตอบสนองของเว็บไซต์ และความเสถียรของดีไซน์เว็บไซต์

 

ปัจจัย SEO

ปัจจัยการติดอันดับ SEO มีอะไรบ้าง ?

ก่อนที่จะไปทำ SEO ให้ติดอันดับใน Google เราต้องรู้เกี่ยวกับปัจจัยต่าง ๆ ที่จะช่วยให้เว็บไซต์ติดอันดับกันก่อน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้คือสิ่งที่เราต้องทำให้มีประสิทธิภาพเหมือนกัน โดนหลัก ๆ จะมีอยู่ 3 ปัจจัยด้วยกัน

 

การทำ On-Page SEO

On-page SEO คือ การปรับแต่งภายในและหน้าเว็บไซต์ให้มีความน่าเชื่อถือ มีคุณภาพ และดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย โดยเป็นเนื้อหาที่พรีเซนต์ถึงความเป็นเราผ่านหน้าเพจ นำเสนอให้ผู้ใช้งานรู้จักธุรกิจหรือบริการว่ามีความเกี่ยวข้องกับอะไรบ้าง มีรายละเอียดข้อมูลยังไง และมีช่องทางการติดต่อทางไหน ช่วยเพิ่ม Organic Traffic ให้แก่เว็บไซต์ Conversion Rate และยอดขายทะลุเป้ามากขึ้น เส้นทางรวยมาแล้วจ้า 

 

แล้วสิ่งที่ต้องปรับแต่งภายในนั้นมีอะไรบ้าง น้องศรีจะบอกให้…

 

  • Title Tag ชื่อเรื่องของบทความ เน้นสั้น กระชับ และมี Keyword ที่เกี่ยวข้อง

  • Meta description อ่านแล้วเข้าใจง่าย มี Keyword ที่เกี่ยวข้อง

  • SEO Friendly URLs เน้นสั้น กระชับ เข้าใจง่าย

  • Alt text ของรูปภาพต้องมี Keyword และคำอธิบายรูปภาพ

  • Internal Links เชื่อมโยงลิงก์ที่เกี่ยวข้องกันภายในเว็บไซต์

  • External Links เชื่อมโยงลิงก์จากเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือและมีความเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ของเรา

  • Heading Tag เรียงลงมา ตั้งแต่ H1, H2, H3, … ตามความสำคัญของหัวข้อ

การทำ Off-Page SEO

Off-page SEO คือ การทำให้อันดับเว็บไซต์ของเราอยู่ในอันดับต้น ๆ โดยนำเทคนิคภายนอกมาปรับใช้ เช่น การทำ Backlink เชื่อมโยงมาจากเว็บไซต์อื่น จะเป็นลิงก์ที่ผู้อื่นสร้าง หรือเราสร้างขึ้นมาเองก็ได้ รวมไปถึงการทำแบรนด์ให้ปรากฏบนสื่อออนไลน์ ทำให้แบรนด์ถูกพูดถึงผ่าน Social Media และเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง เป็นอีกเกร็ดเด็ด ๆ เคล็ดไม่ลับที่ทำให้เว็บไซต์ของเราเป็นที่นิยมและปังแบบฉุดไม่อยู่!

 

ซึ่งการทำ Off-page ที่ดีและมีคุณภาพ จะต้องประกอบไปด้วย

 

  • Backlink ลิงก์ที่ชี้กลับมาที่เว็บไซต์ของเราจากเว็บไซต์ที่มีคุณภาพและน่าเชื่อถือ ยิ่งมีจำนวนมากเท่าไหร่ ก็มีโอกาสมากติดอันดับมากขึ้นเท่านั้น

  • Guest Posting การสร้างบล็อก โพสต์ หรือการแชร์บทความลงในเว็บไซต์อื่น ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ของเรานั่นเอง และ Backlink ให้กลับมายังเว็บไซต์ เพื่อเสริมความน่าเชื่อถือและการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) ให้กับเว็บไซต์ของเราได้มากยิ่งขึ้น

  • Listings เว็บที่รวบรวมรายชื่อร้านค้าต่าง ๆ การเอาธุรกิจของเราไปลงประกาศบนเว็บ Listing ก็จะได้คะแนนในส่วนที่เป็น Baclink อีกด้วยนะ

  • Social Signals คือการที่ Social Media ของแบรนด์หรือธุรกิจของเรามีการเปลี่ยนแปลง หรือมีปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายนั่นเอง

  • PR คือ การประชาสัมพันธ์ที่ทำให้เราได้ Backlink จากเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกลับมาเป็นจำนวนมาก การทำ Digital PR ทำให้ได้ Unique Link กลับมาถึง 10 – 24 โดเมนเลยทีเดียวเชียว

Technical SEO

การทำ Technical SEO

Technical SEO คือ การปรับแต่งโครงสร้างพื้นฐานของเว็บไซต์ในรูปแบบเทคนิคให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของเว็บไซต์ให้ Search Engines เข้ามาสำรวจและเข้าใจเว็บไซต์ของเรา และเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานให้ใช้งานได้อย่างไหลลื่นไม่มีสะดุด รวดเร็วยิ่งกว่า 5G ปลอดภัยไร้กังวล ทั้งนี้ยังต้องรองรับการแสดงผลผ่านสมาร์ทโฟนอีกด้วยนะ

 

มาดูกันว่าการทำ Technical SEO จะมีเทคนิคเฉพาะยังไงบ้าง ตามน้องศรีมาเลย!

 

  • Security ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญต่อผู้ใช้งานที่สุด เราจึงต้องทำเว็บไซต์ให้มีความปลอดภัย ไม่แอบอ่านข้อมูลของผู้ใช้งานเด็ดขาด! ถ้าจะทำเว็บไซต์ของเราให้ปลอดภัย ควรเริ่มจากทำชื่อ URL ของเว็บไซต์ให้เป็น https:// แทนที่จะเป็น http:// นะ

  • Site Speed เว็บไซต์ไหนที่มีการดาวน์โหลดเร็วจะได้เปรียบในเรื่องการติดอันดับอย่างมาก เพราะถือว่ารวดเร็วทันใจต่อผู้ใช้งาน ยิ่งแสดงผลเร็วก็ยิ่งถูกใจ Google ซึ่งการทำให้เว็บไซต์ของเรารวดเร็วนั้นมีหลากหลายวิธี เช่น

 

1) ใช้โฮสติ้ง (Hosting) และโดเมนเนม (Domain name) ที่แสดงผลเร็ว

2) ลดปริมาณปลั๊กอินให้เหมาะสม

3) ลดขนาดไฟล์รูปภาพ

4) บีบอัดไฟล์ให้มีขนาดเล็ก

 

  • Canonical URLs ก็คือ URL ที่มีการเข้าถึงในหลากหลาย Address แต่มีเนื้อหาที่อาจซ้ำกัน ใครที่ทำ SEO ต้องเรียนรู้ Conanical URL เพื่ออันดับเว็บไซต์ที่พุ่งขึ้น ป้องกันไม่ให้เจ้า Google BOT มองว่าเราเป็น Duplicate content ซึ่งส่งผลเสียต่อการให้คะแนนอันดับในเว็บไซต์ของเราได้เลย

  • UX ย่อมาจาก User Experience นั่นคือประสบการณ์ของผู้ใช้งาน เป็นส่วนที่เราต้องทำเพื่อให้ผู้ใช้งานรู้สึกถูกใจมากที่สุด เช่น ใช้งานง่าย เพลิดเพลิน หรือใช้แล้วแฮปปี้ฟิน ๆ ประสบการณ์และความต้องการของผู้ใช้งานจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเราต้องรู้ว่ากลุ่มเป้าหมายต้องการอะไร แบบไหน ที่ไหน อย่างไร พอใจกับอะไรบ้าง เอาใจผู้ใช้งานยังไงก็มีชัยไปกว่าครึ่ง

  • Accessibility การออกแบบเว็บไซต์เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงได้ง่าย ไม่ซับซ้อน และไม่มีอุปสรรคในการเข้าเว็บไซต์ของเรา โดยอาศัยตามหลักของ WCAG (Web Content Accessibility Guidelines)

ขั้นตอนการทํา SEO

ขั้นตอนการทํา SEO สําหรับมือใหม่ อัพเดทปี 2024

ใครที่เป็นมือใหม่หมดห่วงได้เลย เพราะวันนี้น้องศรีได้รวบรวมวิธีการทำ SEO ง่าย ๆ ที่ไม่ว่าใครก็ทำตามกันได้ อย่ารอช้า ไปดูกันเลยยยยย

 

วิเคราะห์เว็บไซต์

การวิเคราะห์เว็บไซต์ขั้นแรกเลยคือใช้เครื่องมือที่ชื่อว่า Pagespeed Insight เพื่อเช็กว่าภาพรวมของเว็บไซต์มีจุดไหนที่จะต้องปรับปรุงได้บ้าง เช่น ไฟล์รูป เซิร์ฟเวอร์ช้า หรือมี CSS/Java Script ที่ไม่จำเป็นบ้างไหม เช็กให้ชัวร์จะดีกว่า ถ้าเรามีการวิเคราะห์อยู่เสมอ จะทำให้เราเห็นจุดอ่อนของเว็บไซต์ และรีบแก้ไขแบบด่วน ๆ เพื่อจะได้ติดอันดับ Google ได้ดีขึ้นยังไงละ

 

วางโครงสร้างเว็บไซต์

วางโครงสร้างเว็บไซต์ เน้นดีไซน์

การวางโครงสร้างเว็บไซต์ น้องศรีขอย้ำว่า ต้องทำให้ส่งผลดีต่อผู้ใช้งานและ SEO ทำให้เจ้า Google Bot สามารถเข้ามาเก็บข้อมูลของเว็บไซต์ของเราได้ง่ายมากขึ้น และยังช่วยให้ Bot รู้ว่าเว็บไซต์เราเนี่ย ทำเกี่ยวกับอะไร มีรายละเอียดข้อมูลยังไง นอกจากนี้ การดีไซน์ตัวเว็บไซต์ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะถ้ามีความโดดเด่น เน้นสีสัน เรียบหรูแต่ดูแพง ใช้งานง่าย รับรองว่าคลิกเว็บไซต์เพลินยันเช้าก็ยังไม่หยุด

 

Sitemap

ส่ง Sitemap และสร้างไฟล์ Robots.txt

Sitemap คือ แผนผังเว็บไซต์ที่ทำหน้าที่คล้ายสารบัญ โดยน้องศรีจะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ให้เข้าใจง่าย ๆ คือ

 

  • HTML Sitemap ถูกจัดวางไว้ในส่วนของ Footer ทำให้ผู้ใช้งานเห็นว่ามีหน้าเพจอะไรบ้าง

  • XML Sitemap จะเป็น Sitemap สำหรับ Google Bot ที่จะเข้ามาเก็บข้อมูลบนเว็บไซต์ ช่วยให้ Bot รู้ว่าเว็บไซต์นี้มีกี่หน้า หรืออัปเดตครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ ซึ่งเราต้องส่ง XML Sitemap ให้กับ Google ผ่านทาง Google Search Console นั่นเอง

 

ส่วนการทำไฟล์ Robots.txt เพื่อให้ Google Bot รู้ว่าสามารถเก็บข้อมูลหน้าไหนได้บ้าง โดยมีวิธีการเขียนคำสั่ง เช่น

 

  • หากไม่อนุญาตให้ Search Engine เข้ามาเก็บข้อมูลทั้งเว็บไซต์ จะเขียนคำสั่งว่า User-agent: *Disallow: /

  • หากไม่อนุญาตให้เข้ามาเก็บข้อมูลหน้าเพจตามที่ระบุ จะเขียนคำสั่งว่า User-agent: *Disallow: /useless_file.htmlDisallow: /junk/other_useless_file.html

 
Keyword Research

Keyword Research

 

เปิดประตูหัวใจสำคัญของการทำ SEO คืออะไรกันนะ? นั่นก็คือ Keyword ยังไงละ Keyword เป็นคำหรือวลีที่ผู้ใช้งานค้นหาข้อมูล ถ้าเราเลือก Keyword ที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์หรือธุรกิจได้เป็นอย่างดี ก็จะส่งผลให้คนสนใจเข้ามายังเว็บไซต์ของเราแบบปุ๊บปั๊บสับรัว โดย Keyword สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้

 

  • Seed keyword เป็นคำกว้าง ๆ ไม่เฉพาะเจาะจงมากนัก มีความเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการ และกลุ่มเป้าหมายของเว็บไซต์ เช่น ถ้าเราทำธุรกิจกระเป๋าแฮนด์เมด Keyword ของเราก็จะเป็น “กระเป๋าแฮนด์เมด” นั่นเอง

  • Niche keyword เป็นคำที่บ่งบอกถึงหมวดหมู่สินค้าและบริการ โดยจะขยายความกลุ่มคำนั้นให้มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น เช่น “กระเป๋าแฮนด์เมดมือสอง”

  • Niche Longtail keyword เป็นวลีที่มีการเฉพาะเจาะจงและระบุอย่างชัดเจน ซึ่งมีความสำคัญที่สุด เพราะเป็น Keyword ที่จะสร้างมูลค่าทางธุรกิจมากกว่าคำที่กว้าง ๆ และมีปริมาณการค้นหาเยอะ เช่น “กระเป๋าแฮนด์เมดมือสอง สินค้าจากญี่ปุ่น ราคาถูก”

 

น้องศรีขอบอกเลยว่าเราสามารถค้นหา Keyword ได้ง่าย ๆ แบบฟรีไม่มีค่าบริการผ่านโปรแกรมที่ช่วยในการค้นหา Keyword ได้ด้วยนะ จะมีโปรแกรมอะไรบ้าง ตามน้องศรีมาได้เลย

 

Google Keyword Planner

Google Keyword Planner

เป็นโปรแกรมค้นหาคีย์เวิร์ดที่อยู่ใน Google Ads หรือ Google AdWords เหมาะสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นหาคีย์เวิร์ดเพื่อทำเว็บไซต์ แถมยังเหมาะสำหรับวิธีการเรียนรู้เครื่องมือทำเว็บไซต์ของ Google ได้อีกด้วย

 

Ubersuggest

Ubersuggest

เป็นโปรแกรมที่ใช้สำหรับวิเคราะห์คำ Keyword ต่าง ๆ เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ วางแผนกลยุทธ์ทางการตลาด นอกจากนี้ ยังสามารถวิเคราะห์ Traffic คนเข้าเว็บ หา Keyword จากเว็บคู่แข่ง หรือตรวจสอบ Backlink ในคอนเทนต์ของเราอีกด้วย เจ๋งสุด ๆ ไปเลย

 

Answer The Public

Answer The Public

โปรแกรมนี้เหมาะสำหรับการค้นหาคีย์เวิร์ดแบบยาว หรือคีย์เวิร์ดแบบคำถาม ด้วยการพิมพ์ Keyword แบบสั้น ๆ ที่ต้องการลงไป แล้วจะมีคีย์เวิร์ดอื่น ๆ เพิ่มเติมขึ้นมาให้เราปิ๊งไอเดียใหม่ ทำให้ Answer the Public เหมาะสำหรับการค้นหาโดยมาจากไอเดียกว้าง ๆ มากกว่าการค้นหาข้อมูลแบบเชิงลึก

 

Google Trend

Google Trend

โปรแกรมที่ช่วยให้เรารู้ว่าคำค้นหาที่เราต้องการมีจำนวนการค้นหาเยอะแค่ไหนในแต่ละพื้นที่ บอกแนวโน้มการค้นหาที่ผ่านมา รวมคีย์เวิร์ดในกลุ่มเดียวกัน หรือคีย์เวิร์ดที่คล้ายกันเนื่องจากการสะกดผิดก็มีบอกหมดจด! ถือว่าเป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่ครบครันคุ้มค่า แถมยังใช้ฟรีอีกด้วยนะ

 

Keyword Tool.io

Keyword Tool.io

เป็นโปรแกรมหาคีย์เวิร์ดที่หาคีย์เวิร์ดแบบยาวได้ยอดเยี่ยม ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรที่สุด เพราะสามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องลงทะเบียนเข้าใช้ โดยคีย์เวิร์ดเหล่านี้มาจากการประมวลผลของหลาย ๆ ปัจจัย เช่น คำที่ผู้ใช้งานค้นหาเยอะในช่วงเวลาที่ผ่านมา ทำให้เกิดไอเดียใหม่ ๆ สำหรับการหาคีย์เวิร์ดได้

 

Google Search Console

Google Search Console

น้องศรีเรียกย่อ ๆ ว่า GSC เป็นอีกโปรแกรมที่สร้างโดย Google ใช้ฟรีแบบเต็มพิกัด นอกจากจะใช้หาคีย์เวิร์ดแล้ว ยังเป็นโปรแกรมที่ใช้ตรวจสอบประสิทธิภาพของเว็บไซต์ว่าเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม มีจุดที่ต้องปรับปรุงตรงไหนให้ดีขึ้นบ้าง ทำให้เราได้รู้จุดอ่อนของเว็บไซต์ แล้วแก้ไขแบบเร่งด่วนนน

 

Link Building

Link Building

การทำ Link Building เป็นการทำ Internal Link ภายในเว็บไซต์ที่มีความเกี่ยวข้องกัน และทำ Backlink เชื่อมมายังเว็บไซต์ โดยจะต้องมาจากเว็บไซต์คุณภาพ น่าเชื่อถือ ถ้าสุ่ม ๆ เว็บมาใส่ น้องศรีไม่แนะนำ! ซึ่งการทำ Link Building ที่มีคุณภาพจะต้องอาศัยทักษะการทำคอนเทนต์ให้มีประโยชน์ ให้ผู้ใช้งานอ่านแล้วรู้สึกว้าว อยากแชร์ให้โลกรู้ หรืออ้างอิงถึงบทความของเราต่อนั่นเอง

 

คอนเทนต์

สร้างสรรค์คอนเทนต์คุณภาพ

Google ชอบลักษณะบทความยาว สั้น ๆ ไม่ ยาว ๆ ใช่! โดยมีสูตรในการเขียนบทความตามนี้เลยจ้าพี่

  • หากต้องการให้ผู้ใช้งานอยู่หน้าเว็บไซต์ของเรา 3 นาที ควรเขียนบทความภาษาไทย ประมาณ 1000 คำ และบทความภาษาอังกฤษ ประมาณ 400 คำ หรือมีความยาวประมาณ 3 หน้า

  • หากต้องการให้ผู้ใช้งานอยู่หน้าเว็บไซต์ของเรา 7 นาที ควรเขียนบทความภาษาไทย ประมาณ 3,300 คำ และบทความภาษาอังกฤษ ประมาณ 700-800 คำ หรือมีความยาวประมาณ 7 หน้า

นอกจากนี้เนื้อหาควรอ่านง่าย อ่านปุ๊บ เข้าใจปั๊บ และมีประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน มีสไตล์การเขียนสุดจึ้งที่เป็นเอกลักษณ์ น่าสนใจ ซึ่งมีเกณฑ์การวัดความน่าเชื่อถือจากความเชี่ยวชาญด้านเนื้อหา เขียนบทความใหม่ขึ้นมาเองโดยไม่คัดลอกจากที่อื่น และต้องมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ต้องการนำเสนออีกด้วย

 

Domain

ชื่อเว็บไซต์ หรือที่เรียกกันว่า Domain

ชื่อเว็บไซต์ หรือ Domain จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและสร้างเอกลักษณ์ต่อการจดจำให้กับธุรกิจของเรา ควรตั้งให้สั้น เน้นจดจำง่าย มีความหมาย สื่อถึงเว็บไซต์หรือจุดประสงค์ชัดเจน เห็นแล้วร้องอ๋อออ นึกออกทันที เช่น amazon.com และหลีกเลี่ยงการตั้งชื่อซ้ำกับเว็บไซต์ดัง หรือแบรนด์ดังนะ ไม่งั้นตุ้บแน่นอน

 

วิเคราะห์กลยุทธ์คู่แข่ง

วิเคราะห์กลยุทธ์คู่แข่ง

ถ้าอยากไต่อันดับให้เหนือคู่แข่ง การวิเคราะห์กลยุทธ์ของคู่แข่งนั้นสำคัญมาก ถ้าเธอเป๊ะ ฉันก็ต้องเป๊ะ นอกจากจะวิเคราะห์แล้ว ยังสามารถตรวจสอบได้ว่าเว็บไซต์ของเราถูกต้องตามหลัก SEO แล้วยัง โดยเครื่องมือที่จะใช้ในการวิเคราะห์มีอยู่ 3 เครื่องมือด้วยกัน

  • Alexa Traffic Rank สามารถตรวจสอบอันดับ Ranking ดูค่าเฉลี่ยของเว็บไซต์ ยอดการค้นหา Keyword อายุและการอัปเดตของเว็บไซต์ เช็ก Bounce Rate, Daily Pageviews per Visitor และ Daily Time on Site ภาพรวมได้

  • Mozbar สามารถเช็กโครงสร้างเนื้อหาส่วนบนได้ ทั้งในส่วนของ Page Title Meta Description การเขียน H1 H2 และเช็ก Internal link หรือ External link ได้

  • Lighthouse เน้นการตรวจสอบความเร็วของเว็บไซต์เป็นหลัก การเปิดเนื้อหาหรือหน้าเว็บไซต์ไม่ควรนานเกิน 3 วินาที โดยคะแนน Page speed ควรปรับให้ได้ 50 % ขึ้นไป

 

ตรวจสอบ อัปเดต และวิเคราะห์อย่างสม่ำเสมอ

แม้ว่าเว็บไซต์ของเราจะติดอันดับใน Google แล้ว แต่สิ่งที่ไม่ควรละเลยคือการหมั่นตรวจสอบข้อมูลของเว็บไซต์ วิเคราะห์ผล อัปเดตเนื้อหาหรือข้อมูล รวมไปถึงปรับปรุงเว็บไซต์ ไปให้สุด ห้ามหยุดห้ามนอน เนื่องจากคู่แข่งทางธุรกิจนั้นเกิดขึ้นใหม่ตลอดเวลา จึงไม่ควรหยุดเรียนรู้และพัฒนาค้นหากลยุทธ์ใหม่ ๆ เพื่อนำมาปรับใช้ให้เว็บไซต์ของเรายังคงติดอันดับใน Google พื้นที่นี้ฉันครอง ไม่เป็นรองใคร!

 

สรุป

น้องศรีขอสรุป SEO คือการทำเว็บไซต์ให้ตรงตามกระบวนการทำงานของ Search Engine โดยนำเสนอให้เข้าใจว่าเป็นเว็บไซต์เกี่ยวกับอะไร มีรายละเอียดข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งานยังไง ซึ่งปัจจุบันมีความสำคัญอย่างมากในแง่ของธุรกิจและการตลาดออนไลน์ เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยทำให้การเข้าถึงเว็บไซต์มีปริมาณที่สูงขึ้นโดยไม่เสียค่าโฆษณา มันเริ่ดตรงนี้! แถมยังเป็นกลวิธีที่ช่วยเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจ และเพิ่มโอกาสให้ประสบความสำเร็จอย่างก้าวหน้าอีกด้วย ถ้าอยากเป๊ะอยากปัง เริ่มลงมือทำด่วนจี๋!

dev dev