Positioning คืออะไร ทําการตลาดออนไลน์ให้ปังที่สุดต้องดู

SEOSZN | SEO Expert
3 Mins read
4 January 2024
246
Positioning คืออะไร

สารบัญ

ในยุคที่การค้าขายยังคงรุ่งเรืองแบบนี้ มีสินค้าและบริการมากมายเกิดขึ้นตลอดเวลา บางสินค้าก็ไม่ได้มีเพียงเจ้าเดียว ทำให้การแข่งขันทางการตลาดออนไลน์เลยยิ่งสูงมากขึ้นทุกวัน แล้วจะทำยังไงให้แบรนด์ของเราไม่หายไม่จม ปังอยู่เรื่อย ๆ ? แน่นอนว่าเราจะต้องหาจุดยืนของแบรนด์ เพื่อให้ธุรกิจของเรามีเอกลักษณ์และไม่เหมือนใคร การทำ Positioning จึงถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ดึงภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้ดีที่สุด ถ้าอยากรู้ว่ามันคืออะไร และทำให้ธุรกิจเปรี้ยงยังไง ไปตามอ่านกันเลยยยย

Positioning คืออะไร

Positioning คืออะไร

Positioning คือการวิเคราะห์จุดยืนของแบรนด์ เพื่อหาว่าสินค้าและบริการของเราอยู่ตำแหน่งไหนของตลาด มีคู่แข่งมากน้อยแค่ไหน สามารถทำกำไรได้ยังไง ศึกษาแนวทางของคู่แข่ง เน้นไปที่การดูคุณสมบัติ ข้อดี ข้อด้อยของสินค้าและบริการ เพื่อนำมาเปรียบเทียบและปรับปรุงแบรนด์ต่อไป

 

Positioning สำคัญต่อการทำการตลาดออนไลน์อย่างไร

การวางตำแหน่งแบรนด์ให้เหมาะสมจะช่วยสร้างจุดยืนและความแตกต่างจากคู่แข่งทางการตลาดได้ นอกจากนี้ยังช่วยให้การรับรู้ถึงแบรนด์ของกลุ่มเป้าหมาย เพื่อสร้างยอดขายและครองใจผู้บริโภค

สร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์

สร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์

ขึ้นชื่อว่าแบรนด์ย่อมถ่ายทอดความเป็นเอกลักษณ์ให้กับบริษัทอยู่แล้ว การทำแบรนด์ของเราให้มีความแตกต่างและไม่เหมือนใครจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยดึงดูดความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายได้ การวางตำแหน่งแบรนด์ช่วยย้ำว่าเราต้องการขายสินค้าหรือบริการให้ใคร ช่วยในการบอกให้กลุ่มเป้าหมายของเรารู้ว่าทำไมเราถึงเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ดีที่สุด และช่วยค้นหาว่าอะไรคือจุดแตกต่างและจุดเด่นของแบรนด์ที่จะสู้กับคู่แข่งได้นั่นเอง

 

ปรับกลยุทธ์การกำหนดราคาให้เหมาะสม

เมื่อราคาของสินค้าหรือบริการสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของคุณภาพหรือความสามารถของตัวสินค้าก็ตาม Positioning จะช่วยในการปรับกลยุทธ์เพื่อกำหนดราคา ต้นทุนจะสมเหตุสมผลโดยอัตโนมัติสำหรับลูกค้า นอกจากนี้ยังสามารถใช้กับสินค้าหรือบริการที่ระดับราคาเหมาะสมได้เช่นกัน

เพิ่มความคิดสร้างสรรค์ของแบรนด์

เรียกได้ว่าน้อยที่บางแบรนด์จะมีตัวสินค้าหรือการนำเสนอสินค้าที่เหมือนกัน แต่ละแบรนด์จะมีความแตกต่างและมีเอกลักษณ์ตามการวางตำแหน่งแบรนด์  Positioning เลยเป็นเหมือนดาบสองคมที่สามารถสร้างชื่อเสียงให้แบรนด์และทำลายภาพลักษณ์แบรนด์ได้ แต่ถ้าเรามีกลยุทธ์ที่สร้างสรรค์และมีจุดเด่นต่างจากแบรนด์อื่น ๆ จะทำให้เราแตกต่างจากคู่แข่งได้

 

สร้างเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร

ถ้าอยากให้แบรนด์มีความแตกต่างจากคู่แข่ง แน่นอนว่าเราต้องสร้างเอกลักษณ์เฉพาะที่ไม่เหมือนใคร เราสามารถดูสินค้าและบริการของคู่แข่งเพื่อหากลยุทธ์ได้ แต่ควรสร้างให้แตกต่างเพื่อภาพลักษณ์แบรนด์ที่โดดเด่นด้วย และเลี่ยงการเกิดปัญหาการก็อปสินค้าภายหลัง

สร้างความน่าเชื่อถือให้แบรนด์

สร้างความน่าเชื่อถือให้แบรนด์

การมีสินค้าหรือบริการที่ดีอย่างเดียวคงไม่พอ เรายังต้องทำให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในทุกช่องทางอีกด้วย เพื่อให้ได้รู้ถึงผลลัพธ์ของการทำ  Positioning ซึ่งถ้าเรามีการวางตำแหน่งแบรนด์ที่ดี ก็จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ และทำให้ลูกค้าสนใจในตัวสินค้าหรือบริการของเรามากขึ้น

 

ประเภทของ Positioning

มาดูประเภทของการวางตำแหน่งแบรนด์กันดีกว่าว่ามีปัจจัยอะไรบ้างในการพิจารณาเพื่อสร้างจุดยืนให้กับแบรนด์ของเรา

คุณภาพของการบริการ

แน่นอนว่าลูกค้าจะสนใจสินค้าของเรา อันดับแรกมาจากคุณภาพของการบริการก่อน โดยเฉพาะเมื่อสินค้าหรือบริการของเรามีราคาสูงกว่าคู่แข่ง แล้วจะทำยังไงให้ลูกค้าหันมาหาเรา? เราต้องทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเราบริการดี มีคุณภาพ ได้รับการเอาใจใส่ ไม่ละเลยต่อปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อให้คุ้มค่ากับราคาที่ลูกค้าจ่ายนั่นเอง

 

ราคา ที่เหมาะสม และสมราคา

จริง ๆ แล้วไม่ว่าราคาสินค้าของเราจะราคาน่ารักหรือราคาสูง การให้ความสำคัญกับบริการดี ๆ ซึ่งมีราคาสูสีกับคู่แข่ง จะทำให้เราเป็นแบรนด์ที่น่าสนใจสำหรับกลุ่มเป้าหมายที่มีงบประมาณจำกัด ในทางกลับกัน ลูกค้าหลายคนอาจชอบแบรนด์ที่มีราคาสูงกว่า เพราะคิดว่ามันสมเหตุสมผลในเรื่องของราคากับคุณภาพ การบริการ และเอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์

ความสะดวก

ความสะดวก

ถ้าเราวางตำแหน่งแบรนด์แบบนี้ เราจะต้องทำให้ลูกค้าเห็นว่าทำไมแบรนด์ของเราถึงสะดวกกว่าคู่แข่ง ไม่ว่าจะเป็นในด้านของคุณภาพที่ตอบโจทย์ การออกแบบสินค้า หรือความสะดวกในการใช้งาน แม้ว่าสินค้าของเราจะมีราคาสูงกว่าคู่แข่งก็ตาม ความสะดวกสบายจะทำให้แบรนด์ของเราเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับลูกค้ามากขึ้น

 

บริการพิเศษเฉพาะ

เมื่อลูกค้าพิจารณาตัดสินใจเลือกแบรนด์อื่น ๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกันกับเรา อาจเป็นเพราะสินค้าหรือบริการที่ธุรกิจของเรานำเสนอยังจำเจอยู่ ไม่มีความหลากหลาย สิ่งที่ต้องทำคือเราต้องนำเสนอสิ่งที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน เช่น บริการพิเศษเฉพาะของทางแบรนด์ เป็นต้น

ปัญหาและแนวทางแก้ไข

เราอาจต้องดูว่า สินค้าของเราแก้ปัญหายิบย่อยที่แบรนด์อื่น ๆ ยังมีกันอยู่แล้วมั้ย แนะนำให้วางตำแหน่งแบรนด์ของเราเป็นโซลูชันแบบปัง ๆ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายนึกถึงแบรนด์ของเราเป็นอันดับแรกเมื่อเกิดปัญหาใด ๆ ขึ้นมา เช่น การระบุปัญหาของลูกค้า ทำให้เห็นว่าเราสามารถแนะนำวิธีแก้ปัญหาได้ทันที และแก้ไขปัญหานั้นได้จริง

 

วิธีวาง Positioning เพื่อสร้างจุดยืนของแบรนด์

นักการตลาดมองว่าตำแหน่งของสินค้าที่ดี คือตำแหน่งของสินค้าที่ลูกค้าพร้อมจ่ายให้เรา เป็นตำแหน่งที่ลูกค้าเห็นถึงคุณค่า คุณภาพ และเอกลักษณ์ของสินค้าเรา ซึ่งจะพาไปดูวิธีการวางตําแหน่งสินค้าที่นักการตลาดนิยมใช้กัน

วางตำแหน่งจากคุณสมบัติ

วางตำแหน่งจากคุณสมบัติสินค้ามีความสำคัญ เช่น คลีนเซอร์ล้างเมคอัพ การวางตำแหน่งแบบนี้จะทำให้ลูกค้าเข้าใจง่าย แต่บางครั้งก็อาจจะถูกแย่งความสนใจไปจากสินค้าอื่นที่มีคุณสมบัติคล้ายกัน เช่น คลีนเซอร์ล้างเมคอัพ VS คลีนซิ่งบาล์ม

 

วางตำแหน่งจากประเภทผู้ใช้

การวางตำแหน่งจากประเภทผู้ใช้ เช่น อาหารแมวสำหรับลูกแมว คู่มือเตรียมสอบ TOEIC หรือวิตามินซีสำหรับผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ การวางตำแหน่งแบบนี้จะใช้ควบคู่กันไปกับตำแหน่งคุณสมบัติสินค้าหรือตำแหน่งอื่น ๆ เพื่อให้ลูกค้าเข้าใจทั้งประโยชน์ของสินค้า และชนิดของกลุ่มลูกค้าที่เหมาะสม

วางตำแหน่งจากระดับสินค้า

วางตำแหน่งจากระดับสินค้า

การวางตำแหน่งจากระดับสินค้า เป็นตำแหน่งที่สั้น กระชับ และง่าย เช่น สินค้าอันดับหนึ่ง สินค้าขายดีที่สุด แต่ตำแหน่งแบบนี้มีโอกาสที่ลูกค้าจะพลิกตำแหน่งได้ง่ายเพราะมีความคลุมเครือ อีกตำแหน่งที่หลายธุรกิจมักจะใช้กัน คือสินค้าต้นฉบับ หรือสินค้าของแท้ ซึ่งก็อาจจะถูกแย่งส่วนแบ่งตลาดจากคู่แข่งที่ขายสินค้าที่พัฒนาแล้วหรือสินค้าที่ดีกว่าได้

 

วางตำแหน่งเทียบกับคู่แข่ง

การวางตำแหน่งนี้เหมาะสำหรับธุรกิจที่เป็นอันดับ 2 อันดับ 3 หรืออันดับอื่น ๆ ของอุตสาหกรรม แม้ว่าคู่แข่งอันดับ 1 จะขายดีแค่ไหน ก็ต้องมีบางจุดที่ลูกค้าจะไม่พึงพอใจ การวางตำแหน่งที่ดีที่สุดของอันดับ 2 ก็คือ ทำยังไงก็ได้ให้แตกต่างจากอันดับ 1 เพื่อเป็นตัวเลือกให้ลูกค้าที่ไม่ชอบอันดับ 1 มาเลือกแบรนด์อันดับ 2 อย่างเราได้

วางตำแหน่งตามการใช้งาน

การใช้งานกับคุณสมบัติสินค้าอาจจะใกล้เคียงกัน แต่อันที่จริงมันมีจุดแตกต่างกันอยู่นะ เราต้องมาดูว่าการใช้งานสินค้าเราเหมาะสมกับลูกค้าที่สุดแล้วยัง หรือการใช้งานในรูปแบบนี้ตอบโจทย์ลูกค้ามากน้อยแค่ไหน

 

วางตำแหน่งตามคุณค่าหรือคุณภาพ

ตำแหน่งนี้ส่วนใหญ่จะใช้ตอบโต้ธุรกิจที่มีราคาถูก เช่น มือถือที่ขายดีที่สุดในโลกตอนนี้ก็คือ Xiao Mi ที่มีตำแหน่งตลาดคือถูกและดี เทียบกับตำแหน่งมือถือแบรนด์อื่น ๆ อย่าง Samsung และ Apple ที่คนจัดตำแหน่งว่าเป็นมือถือที่คุณภาพดี ราคาย่อมเยาว์ และสร้างคุณค่าให้ลูกค้าได้มากกว่า

สรุป

ถ้าอยากให้สินค้าหรือบริการปัง ไม่เหมือนใคร มีเอกลักษณ์เฉพาะ และจุดเด่นที่ดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย แน่นอนว่าหลักการทำ Positioning คือกลยุทธ์ที่ช่วยให้แบรนด์ของเราน่าสนใจ แม้ในการตลาดที่มีการแข่งขันสูง หรือมีจำนวนคู่แข่งเยอะ ก็ยังทำให้ธุรกิจของเราครองใจผู้บริโภคได้ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ แต่ถ้าเราสร้างภาพลักษณ์ที่แตกต่างอย่างลงตัว รับรองว่ายอดขายถล่มทลาย ปัง ๆ แน่นอน

SEOSZN | SEO Expert

SEOSEZNAM บริษัทรับทำการตลาดออนไลน์ หรือดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งแบบครบวงจร ที่การันตีผลลัพธ์ พร้อมสร้าง “ที่หนึ่ง” ให้ธุรกิจคุณ