Meta Descriptions คืออะไร เขียนอย่างไรให้ตามหลัก SEO อย่างถูกต้อง

SEOSZN | SEO Expert
3 Mins read
2 January 2024
190
Meta Descriptions คืออะไร

สารบัญ

ใครที่กำลังเริ่มต้นเขียนบทความมาทางนี้~ วันนี้น้องศรีจะพาทุกคนมารู้จักกับ Meta Description องค์ประกอบสำคัญส่วนหนึ่งของการทำ SEO ที่แสดงอยู่ในหน้าผลการค้นหา ถ้าถามว่ามีความสำคัญมากน้อยแค่ไหน บอกเลยว่ามันคือตัวตัดสินว่าผู้ใช้งานจะเข้ามายังเว็บไซต์ของเรามั้ย ถือว่าเป็นจุดขายไม่แพ้กับชื่อ Title เลยทีเดียว บทความนี้น้องศรีจะอธิบายให้ทุกคนเข้าใจถึงความสำคัญ และวิธีเขียนแบบปัง ๆ ให้ถูกใจ Google

Meta Descriptions คืออะไร

Meta Descriptions คืออะไร?

Meta Description ก็คือ คำอธิบายแบบกระชับที่แสดงในบทความหรือหน้าเว็บไซต์ เพื่ออธิบายถึงเนื้อหาหรือบอกให้ผู้ใช้งานเข้าใจเนื้อหาที่จะได้เจอในหน้าเว็บไซต์นั้น ช่วยเพิ่มโอกาสในการแสดงบนผลการค้นหาของเครื่องมือค้นหา และช่วยดึงดูดผู้ใช้งานเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา นอกจากนี้ยังเป็นปัจจัยหลักในการปรับ On-page SEO อีกด้วย

Meta Descriptions สำคัญอย่างไรต่อ SEO

คำอธิบายเมตาไม่ใช่ปัจจัยการจัดอันดับโดยตรง Google ไม่ได้คำนึงถึงสิ่งเหล่านี้เมื่อพิจารณาอันดับ แต่มีความสำคัญต่อ SEO เพราะมักใช้เพื่อสร้างตัวอย่างข้อมูลที่บอกผู้ใช้งานเกี่ยวกับเว็บไซต์ของเรา และช่วยให้แตกต่างจากคู่แข่งใน SERP

 

ตัวอย่างข้อมูลที่มีประสิทธิภาพจะโน้มน้าวให้ผู้ใช้งานคลิกลิงก์ของเรา เพิ่มอัตราการคลิก (CTR) และยังสามารถเพิ่มการรับรู้แบรนด์ได้อีกด้วย

 

ถ้า Google เชื่อว่าคำอธิบายเมตาไม่เป็นไปตามความต้องการของผู้ใช้งาน ระบบอาจสร้างตัวอย่างข้อมูลอื่นให้เราแทน แต่เราจำเป็นต้องรู้ว่า Google อาจใช้คีย์เวิร์ดเป็นตัวหนาจากข้อความค้นหา หรือข้อความที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ สิ่งนี้ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสแกนผลลัพธ์ และค้นหาหน้าเว็บที่ตรงกับความต้องการของตัวเองได้

หลักการเขียน Meta Description

หลักการเขียน Meta Description

วันนี้น้องศรีหิ้วตระกร้าพาเกร็ดเด็ด ๆ เคล็ดไม่ลับมาฝากทุกคนกัน เพื่อประสิทธิภาพที่ดีของการทำ SEO เชื่อน้องศรีได้ดีทุกคนจ้าาา ซึ่งเทคนิคการเขียน Meta Description จะมีอะไรบ้าง ไปจอยกันนน

สั้นกระชับใน 155 ตัวอักษร

สั้นกระชับใน 155 ตัวอักษร

เราควรใช้พื้นที่ให้เพียงพอในการเผยแพร่ข้อความ แต่ก็ควรสั้นและกระชับ ถ้าเราตรวจสอบผลการค้นหาใน Google ส่วนใหญ่เราจะเห็นตัวอย่างข้อมูลที่มีตัวอักษร 120 ถึง 156 ตัว Google สามารถให้เราสร้างคำอธิบายเมตาได้เท่าที่ต้องการ แต่มีข้อจำกัดสำหรับสิ่งที่เราเห็นใน SERPs คือประมาณ 155 ตัวอักษร ส่วนที่เหลือก็จะถูกตัดทอนออกนั่นเอง

Active Voice

ใช้ Active Voice

ถ้าเห็นคำอธิบายเมตาเป็นคำเชิญให้เข้าชมเว็บไซต์ของเรา เราต้องนึกถึงผู้ใช้งานและแรงจูงใจในการเข้าชมเว็บ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคำอธิบายของเราไม่อ่อม ไม่น่าเบื่อ อ่านยาก หรือคลุมเครือเกินไป ผู้ใช้งานจำเป็นต้องรู้ว่าตัวเองจะเจออะไรในเว็บไซต์ของเรา

CTA

คำที่กระตุ้นการตัดสินใจ

แน่นอนว่าคำบางคำจะช่วยกระตุ้นและโน้มน้าวใจให้ผู้ใช้งานเข้ามายังเว็บไซต์ของเรา เช่น “อยากเฟียสตัวแม่ไม่แคร์ใครแบบน้องศรี เรามีแฟชั่นดี ๆ มานำเสนอ กับโปรโมชั่นเสื้อผ้า หั่นครึ่งราคาที่นี่ที่เดียว” จะเห็นได้ว่าคำว่า “โปรโมชั่น” กับ “ครึ่งราคา” จะช่วยกระตุ้นให้ผู้ใช้งานมีความสนใจที่จะอยากคลิกเข้ามาในเว็บไซต์มากขึ้น

Focus Keyword

ใช้ Focus Keyword

หากคำค้นหาตรงกับบางส่วนของข้อความในคำอธิบายเมตา Google มีแนวโน้มที่จะใช้คีย์เวิร์ดนั้นมากขึ้นและเน้นคีย์เวิร์ดนั้นในผลการค้นหา สิ่งนี้จะทำให้ลิงก์ไปยังเว็บไซต์ของเรา บางครั้ง Google ยังเน้นคำพ้องความหมายอีกด้วย ซึ่งการเน้นแบบนี้จะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาดียิ่งขึ้น

WooCommerce

แสดงข้อกำหนด

ถ้ามีสินค้าในร้านค้า Shopify หรือ WooCommerce ที่มุ่งไปที่ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี เราควรเน้นไปที่ข้อมูลเฉพาะทางเทคนิค ถ้าผู้ใช้งานกำลังมองหาสินค้านั้นโดยเฉพาะ เราไม่จำเป็นต้องโน้มน้าวใจ แต่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพผลลัพธ์ของเรา เราควรพยายามหาตัวอย่างข้อมูลแบบครบถ้วนมากกว่า

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าตรงกับเนื้อหาของหน้าเว็บ

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าตรงกับเนื้อหาของหน้าเว็บ

นี่เป็นสิ่งสำคัญมากกก Google จะรู้ว่าเราใช้คำอธิบายเมตาเพื่อหลอกผู้ใช้งานให้คลิกเว็บของเรา Google อาจลงโทษเราด้วยซ้ำ ถ้าเราทำแบบนั้น แต่นอกเหนือจากนั้น คำอธิบายที่ทำให้เข้าใจแบบผิด ๆ ยังเพิ่มอัตราตีกลับอีกด้วย ซึ่งจะลดความไว้วางใจที่ผู้ใช้งานมีต่อธุรกิจของเรา นั่นคือเหตุผลที่ต้องการให้คำอธิบายเมตาตรงกับเนื้อหาในหน้าเว็บยังไงละ

ลืมใส่ Meta Description เป็นไรไหม

ถ้าถามน้องศรีว่าจะเป็นไรมั้ย? ถ้าเราลืมใส่ Meta Descriptions เจ้า Google ก็จะไปดึงเนื้อหาที่อยู่ในคอนเทนต์นั่นแหละ ออกมาแสดงให้เห็นแทน น้องศรีจึงแนะนำให้ใส่จะดีกว่า เพราะบางทีเนื้อหาที่ Google ดึงมาอาจจะถูกตัดทอนได้ ส่งผลให้ผู้ใช้งานอ่านแล้วไม่เข้าใจถึงเนื้อหาภายในเว็บไซต์

ข้อระวังในการเขียน Meta Description

  • ระวังอย่าใส่ข้อความจนยาวเกินไป

  • ระวังอย่าใส่ Keyword ใน Description เยอะเกินไป

  • ระวังอย่าใส่ข้อความ Meta Description จนยาวเกินไป

สรุป

คำอธิยายเมตาหรือ Meta Description เป็นส่วนสำคัญที่จะดึงดูดผู้ใช้งานให้คลิกเข้ามายังเว็บไซต์ของเรา นอกจากนี้ยังเป็นจุดขายของสินค้าหรือบริการ โดยเน้นความตื่นเต้น เร้าใจ และคุณค่าที่ผู้ใช้งานควรได้รับ การเขียนให้ดีและปังจะต้องมีกลยุทธ์เพื่อครองใจผู้บริโภค แต่สิ่งสำคัญเลยคือไม่ลืมที่จะทำให้ถูกหลักตาม SEO แล้วเว็บไซต์จะขึ้นอันดับ 1 แบบมงลงแน่นอน แต่ถ้าใครทำไม่เป็นแล้วน้องศรีมีบริการรับทำ SEO ให้ด้วยน้า

SEOSZN | SEO Expert

SEOSEZNAM บริษัทรับทำการตลาดออนไลน์ หรือดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งแบบครบวงจร ที่การันตีผลลัพธ์ พร้อมสร้าง “ที่หนึ่ง” ให้ธุรกิจคุณ