Local SEO คืออะไร พร้อมคำแนะนำวิธีทำให้ธุรกิจของคุณ ติดหน้าแรก Google ปี 2023

Local SEO คืออะไร วิธีทำให้ธุรกิจของคุณ ติดหน้าแรก Google ปี 2023

ใครที่เริ่มต้นทำธุรกิจขนาด เล็ก หรือ Local Business ที่ไม่ได้งบมากมายเท่าไหร่ เป็นสิ่งที่ใครหลาย ๆ คนคิดไม่ตกนั้นก็คือ จะทำอย่างไรให้ธุรกิจเป็นที่รู้จัก แน่นอนว่าการทำ SEO เป็นอีกหนึ่งช่องทาง ที่ช่วยคุณได้อีกหนึ่งทาง แต่คุณรู้หรือไม่ว่า ยังมีอีกเทคนิคหนึ่งที่ช่วยให้คุณทำธุรกิจรายเล็กให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายไ ได้แบบเฉพาะเจาะจง แถมอยู่ในพื้นที่ระแวกใกล้เคียงบริเวณร้านค้าของคุณได้อีกเช่นกัน 

และเทคนิคที่เรากำลังจะพูดถึงก็คือ การทำ Local SEO ที่เป็นธุรกิจท้องถื่น  (Local Business) ที่จะช่วยทำ เว็บไซต์ของเราก้าวหน้าไปสู่ Seaech Engine อันดับต้นๆ ของคีย์เวิร์ด Keyword เฉพาะท้องถิ่นได้ แต่จะทำอย่างไรดี และ มีขั้นตอนอะไรบ้างที่จะต้องรู้ บทความนี้มีคำตอบทั้งหมด ตามอ่านต่อได้เลย

Local SEO คืออะไร

Local SEO คือ กลยุทธ์การทำการตลาดอีกหนึ่งรูปแบบ สำหรับธุรกิจท้องถิ่น โดยเน้นไปทางการทำ SEO เป็นหลัก เพื่อให้ติด Keyword หรือ คำค้นหา เพื่อจำกัดคู่แข่งการทำ SEO ให้อยู่แค่บริเวณใกล้เคียงกับพื้นที่ตั้งร้านค้า ในภูมิภาคเดียวกันกับธุรกิจของคุณ หรือ ทำการกำหนดจากการค้นหาภาษาท้องถื่น 

ยกตัวอย่างเช่น

หากคุณกำลังทำธุรกิจร้านตัดผม และต้องการทำเว็บไซต์ให้ติดหน้าแรกของ Google แต่การที่จะทำให้ตติดคีย์เวิร์ดได้นั้น มีการแข่งขันสูง อาทิเช่น “ร้านตัดผม” อาจจะเรื่องยาก และ อาจจะไม่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่ลูกค้าจะเดินทางมายังร้านค้าของเราได้จริง

ยกตัวอย่างเช่น ร้านตัดผม

ดังนั้น การระบุรายละเอียดเพิ่มเติม ของสถานที่ต่าง ๆ เข้าไป ยกตัวอย่างเช่น ร้านตัดผม บางแค ถ้าคุณระบุคำค้นหาให้มีสถานที่ หรือ เป็นภาษาท้องถิ่นที่ใช้เรียกชัดเจนได้มากเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสให้กลุ่มเป่าหมายทำการค้นหาเว็บของคุณเจอได้แบบง่ายกว่าเดิม และ อาจจะทำให้เว็บไซต์ของคุณติดหน้า Google ในหน้าแรก ๆ ได้มากกว่าการทำ SEO ใน Keyword อื่นๆ ที่มีการแข่งขันสูง และ อาจจะต้องใช้เวลาสักนิดในการทำอันดับในช่วงระยะยาว 

Local SEO มีความสำคัญอย่างไร?

การทำ Local SEO สำหรับ Local Business สามารถค้นหาคุณเจอจากการติดอันดับบน Search Engine เป็นเรื่องง่ายมาก และ ถือว่าเป็นการเอาวิธีการทำการตลาดรูปแบบ Niche Marketing มาปรับเปลี่ยน Niche Marketing เน้นเข้าหากลุ่มเป้าหมาย แบบเฉพาะกลุ่ม คุณจะมีโอกาสเอาชนะกลุ่มธุรกิจใหญ่ ๆได้มากกว่า 

เพราะเนื่องจาก เขาไม่ได้ลงมาโฟกัสแบบจริง ๆ จึงทำให้คุณใช้ช่องว่างเหล่านี้ในส่วนนี้สร้างตัวตนของธุรกิจได้ดีกว่า แถมประหยัดเวลาของการทำ SEO รวมถึงประหยัดงบประมาณลงทุนเพื่อเข้าใช้ในการแข่งขันเรื่องการทำอันดับอีกด้วย 

นอกจากนี้การทำ Local SEO แล้วยังช่วยให้คุณมีกลุ่มลูกค้าแบบชัดเจน และ แม่นยำอย่างมากเพราะจากสถิติจาก HubSpot จะระบุไว้ว่า โดยปกติแล้วผู้คนที่ทำการค้นหาข้อมูลผ่านบน Google โดยการใช้ Local Intent หรือการระบุสถานที่ตั้ง ของธุรกิจแบบชัดเจน จะมีผู้ที่ใช้งาน หรือ เรียกว่า SUER เข้าใช้งานถึง 80% ค้นหาธุรกิจแบบ Local Business ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ เพื่อทำการโทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และหลังจากนั้นก็จะเดินทางไปยังร้านค้าภายใน 24 ชั่วโมง และคุณจะได้ลูกค้าอย่างแน่นอน 

แนวคิดการทำ LOCAL SEO แบบไหนดีที่สุด

สำหรับแนวคิดชองการทำ Local SEO จะช่วยทำให้ธุรกิจไปในทิศทางที่ถูกต้อง และการทำ Local SEO นั้นเป็นไปอย่างราบรื่นได้มากกว่าเดิม ขอสรุปคร่าว ๆ ดังนี้ 

  • การทำ Local SEO คือ การทำ Longtail Keyword อีกหนึ่งรูปแบบ แต่คุณไม่ต้องให้ความสำคัญสักเท่าไหร่ แต่ควรเก็บ Keyword และทำ On-Page ให้ครอบคลุมมากที่สุดก็เพียงพอแล้ว ถึงแม้ว่าคำนั้นจะมี Search Volume น้อยก็ตาม
  • การทำ Local SEO ควรทำทั้งบนหน้าเว็บไซต์ และ Google My Business ทำแบบควบคู่กันไปเรื่อย ๆมากกว่าการทำอย่างใด อย่างหนึ่ง 
  • ควรสำรวจและตรวจสอบคู่แข่งก่อนเสมอ ว่าเขาทำอย่างไรถึงติดอันดับ และ หลังจากนั้น ให้หันมาปรับปรุงเว็บไซต์ และ GMB ของเว็บเราเพิ่มเติม 
  • สามารถทำ Local SEO ใน Keyword ของฝั่งคู่แข่งได้ โดยการทำ On-Page เก็บ Longtail Keyword ในพื้นที่อื่น ๆ ที่นอกเหนือจากพื้นที่ ธุรกิจของเราเอง  (แต่ธุรกิจเราควรส่งสินค้าหรือให้บริการแบบทั่วถึง)
  • แนะนำให้เริ่มต้นทำ Local SEO ในพื้นที่ของเรา จนทำติดอันดับและค่อย ๆ กระจายคีย์เวิดไปเรื่อย ๆ ในพื้นที่อื่น ๆ เพิ่มเติม 

ตัวอย่าง Local SEO keyword

การทำ Local SEO keyword จะไม่มีการกำจัดความยาวของ Keyword แต่ว่าควรทำให้ Algorithm ของ Search Engine ว่าเว็บของคุณนั้นอยู่ในพื้นที่นั้นจริง ๆ และ จะต้องเป็นคำที่คนค้นหาในพื้นที่ตั้งธุรกิจของคุณแบบจริง ๆ เพราะโดยปกติแล้วจะมีโครงสร้างเป็น Longtail Keyword คือ “ประเภทธุรกิจ + พื้นที่” เช่น

  • ร้านตัดผม + ชื่อจังหวัด และ จะต้องตามด้วยชื่ออำเภอ เช่น “ร้านตัดผม เชียงราย อำเภอเมือง นางแล เป็นต้น หรืออาจจะตามด้วยชื่อ ถนน + ซอย ที่เป็นที่รู้จักหรือเป็นที่นิยม เช่น “ร้านตัดผม เชียงราย นางแล”
  • โรงงาน + ประเภทอุตสาหกรรม + ชื่อจังหวัด ยกตัวอย่างเช่น โรงงานขายเหล็กเส้น กรุงเทพ
  • คลินิก + ประเภทธุรกิจ + ชื่อจังหวัด ยกต้วอย่างเช่น คลินิกทำจมูก บางนา หรือ คลินิกทำจมูก บางแค 

ถ้าคนนอกพิ้นที่ค้นหาสถานที่ที่ไม่รู้จักบ่อยครั้ง เช่น หากว่าคุณไม่เคยเดินทางออกจากจังหวัดเลยไม่รู้อะไรเลยของจังหวัดนั้น เช่น จังหวัดเชียงใหม่ แน่นอนเลยว่าคุณไม่รู้จักหรือไม่คุ้นเคยกับพื้นที่นั้นอย่างแน่นอน แต่ว่าการค้นหาร้านอาหารอร่อยๆ คำค้นหาส่วนใหญ่ก็คือ ร้านอาหารใกล้ฉัน ซึ่ง Keyword เหล่านี้จะเป็น คือ Local SEO ด้วยไม่ว่าจะพิมพ์ค้นหาในพิ้นพี่ใดก็ตาม

Local SEO เหมาะกับธุรกิจแบบไหน

Local SEO เหมาะสำหรับธุรกิจที่เป็นสถานที่ตั้งร้านค้าแบบชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจของ SMEs หรือธุรกิจทั่วไป ก็ตาม ยกตัวอย่างเช่น ร้านทำผม ร้านสปา ร้านนวด ฯลฯ เพียงแต่ต้องระบุขอบเขตของพื้นที่ หรือ ที่ตั้งของธุรกิจแบบชัดเจนก็เพียงพอแล้ว จึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดีในการ แสดงผลลัพธ์การ Search บนหน้า Search Engine

ตัวอย่างผลลัพธ์ของ Local SEO บน Google

Local รับทำ SEO

ตัวอย่างผลลัพธ์ของการทำ Local SEO Keyword บนหน้า Google ที่เป็นการใช้ Search Engine ยอดนิยม จะมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 2 รูปแบบก็คือ 

  • Organic Search Result จะเป็นหน้าเว็บไซต์ที่ทำ SEO ให้ติดอันดับบนหน้า Google 
  • Local Pack เป็นการแสดงข้อมูล บอกพิกัด พื้นที่ ที่ตั้งของ Google Map โดยฟีเจอร์นี้จะแสดงผล การค้นหาของกลุ่มต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า ร้านอาหาร โรงงาน ปั๊มน้ำมัน เป็นตัน จะจัดอันดับโดยข้อมูลที่มีรีวิวมากที่สุด ใครที่ทำคะแนนบน Google Map ดีก็จะมีโอกาสในการทำอันดับได้ดี เช่นกัน 

ขั้นตอนการสมัคร Google My Business

Google My Business (GMB) เป็นเครื่องมืออีกหนึ่งตัวที่ช่วยจัดการเกี่ยวกับการทำธุรกิจ บนหน้า Google พร้อมกับเครื่องมือช่วยจัดการกับธุรกิจของคุณบนหน้า Google พร้อมกับการสนับสนุน ร้านค้า และ ธุรกิจประเภท Local Business เพื่อให้เพิ่มข้อมูลและฐานข้อมูลต่างของ Google ได้ ทำให้ข้อมูลธุรกิจของคุณปรากฎขึ้น Google เช่น Maps และ Search ได้เพียงแค่คุณทำการสมัครสมาชิกก่อน ตามขั้นตอนดังนี้ 

Google My Business (GMB)
  • กดเข้าสู่เว็บไซต์ https://www.google.com/intl/th_th/business/
  • ทำการลงชื่อเข้าใช้งาน (Login) ด้วยบัญชี Gmail ของท่าน
จัดการธุรกิจของคุณ
  • Login แล้วจะพบหน้า ค้นหาและจัดการธุรกิจของคุณ ถ้าหากคุณเคยสมัครเป็นสมาชิกแล้ว และปรับแต่งข้อมูลมาก่อนแล้ว คุณสามารถค้นหาชื่อธุริจ และเข้าไปแก้ไขรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทันที จากหน้านี้เลย 
  • หากใครสมัครใหม่ ให้คลิก เข้าไปที่ เพิ่มธุรกิจของคุณใน Google’
เพิ่มธุรกิจของคุณใน Google’
  • ขั้นตอนต่อมาเป็นการการสร้างข้อมูลธุรกิจของของเรา เลือกหมวดหมู่ที่ตรงกับธุรกิจให้ได้มากที่สุด โดยจะมี Suggestion หมวดหมู่ขึ้นมาให้หลังจากที่คุณพิมพ์ค้นหา จากนั้นให้กด ‘ถัดไป’
ต้องการเพิ่มสถานที่ที่ลูกค้าไปเยี่ยมชมได้อย่างร้านหรือสำนักงานไหม
  • หลังจากนั้นจะมีให้คุณเลือกคำว่า จะแสดงตำแหน่งใน Google Maps และ Search เมื่อลูกค้าค้นหาธุรกิจของคุณหรือไม่ หากคุณต้องการ ให้ตอบคำว่า ใช่ และ กดถัดไป 
โปรดแจ้งที่อยู่
  •      กรอกข้อมูลที่อยู่บริษัท หรือ ที่ตั้งธุรกิจให้ครบถ้วน และ กดถัดไป 
ธุรกิจของคุณตั้งอยู่ที่ใด
  • ตรวจสอบที่ตั้งของธุรกิจ บนพื้นที่ Google  Map ให้เรียบร้อยแล้วกด ‘ถัดไป’
คุณมีบริการจัดส่งหรือให้บริการถึงที่บ้านและสำนักงานไหม
  • หากธุรกิจของคุณ เข้าใช้บริการนอกพื้นที่ได้ด้วย คุณสามารถเลือกคำตอบ ‘ใช่แล้ว ฉันให้บริการในพื้นที่อื่นๆ ด้วย’ แล้วก็คลิก ‘ถัดไป’
เพิ่มพื้นที่ให้บริการ (ไม่บังคับ)
  • สามารถเพิ่มพื้นที่  (Area) โดยรอบที่ตั้งสถานที่ของธุรกิจของคุณได้ โดยทำการเลือกให้ครอบคลุมจากพื้นที่ใหญ่สุด – ไปยังพื้นที่ เล็กที่สุด และจะต้องระบุสูงสุดที่ 20 พื้นที่ *** ข้อนี้เราไม่บังคับ*** แต่แนะนำให้กรอก และหลังจากนั้น กด ถัดไป
เพิ่มข้อมูลติดต่อ
  • กรอกข้อมูลติดต่อสำหรับลูกค้า โดยจะขึ้นให้กรอกเป็น เบอร์โทร และ URL เว็บไซต์ร้าน หรืออาจะเป็น บริษัทของคุณ ถ้าหากยังไม่มีเว็บไซต์สามารถกดเลือก “ฉันไม่อยากมีเว็บไซต์’” หรือถ้าอยากสร้างเว็บไซต์ แบบง่าย ๆ สามารถเลือก คำว่าสร้างเว็บไซต์ฟรีด้วยข้อมูลของคุณเอง เพราะการให้บริการของ Google เอง หลังจากนั้นเลือก ‘ถัดไป’ ( แต่ถ้ายังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัด สามารถกดข้ามได้เลย )
เพิ่มบริการ
  • จะมีข้อความขึ้นมาว่า คุณต้องการอัพเดทหรือไม่ และได้รับคำแนะนำ เพิ่มเติมเกี่ยวกับธุรกิจหรือไม่ หากต้องกการให้ Google ส่งข้อมูลให้เพิ่มเติมให้เลือก ‘ใช่’ แล้วกด ‘ถัดไป’
เพิ่มการรับส่งข้อความ
  • นั้นจะมีข้อมูลระบุว่า ยืนยันว่า การสมัครเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้คุณกดคำว่า ถัดไป ได้เลย 
เพิ่มเวลาทำการ
  • หลังจากนั้นจะเป็นส่วนของโปรไฟล์เพิ่มเติม โดยคุณสามารถเพิ่มข้อมูลต่างๆ ได้ ดังต่อไปนี้
    • เพิ่มบริการที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับธุรกิจของคุณ ยกตัวอย่างเช่น ขายมือถือ เป็นต้น
    • ให้เพิ่มเวลาทำการ 
    • เพื่อช่องทางการรับส่งข้อความ ให้กับลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าส่งข้อความหาคุณได้ผ่านทาง Google แบบฟรีๆ
    • เพิ่มคำอธิบายธุรกิจ ยกตัวอย่างเช่น สรรพคุณต่าง ๆ เป็นต้น
    • เพิ่มคำอธิบายธุรกิจ ส่วนนี้สามารถเพิ่มได้หลากหลายประเภท ยกตัวอย่างเช่น โลโก้ร้าน, รูปภาพปก, รูปภาพของธุรกิจวิดีโอ เป็นต้น สามารถดูข้อกำหนดเพิ่มเติม ได้ที่นี่ 

เพิ่มโฆษณาบน Google Ads

  • จากนั้นจะเด้งเข้าสู่หน้า Dashboard จะเป็นในส่วนของการจัดการหน้าโปรไฟล์ Google My Business คุณสามารถกดแก้ไข ข้อมูลต่าง ๆ ได้ทันที รวมไปถึงการดูภาพรวมสถิติที่เป็น Insight ของผู้ใช้งานทั้ง พฤติกรรม และ รีวิวอื่น ได้จากหน้าเว็บนี้ได้เลย 
เพิ่มโฆษณาบน Google Ads

วิธีการทำ Local SEO

จากนั้นต่อมาเรามาทำความเข้าใจกับ Local SEO และสมัครใช้งาน Google My Business ให้เรียบร้อย และคราวนี้เรามาดูวิธีการทำ Local SEO ให้ได้ผลกันดีกว่า โดยทั้งหมดนี้จะเป็นการตกแต่ง เรื่องของโปรไฟล์ Google My Business ให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ) + กับการทำ On-Page และ Off-Page เพื่อให้คุณไปสู่อันดับตามที่ต้องการได้ เพื่อให้ลูกค้าทำการเสิร์ชหาเจอได้ง่ายขึ้นนั่นเอง งั้นเรามาดูกันต่อเลยว่า มีอะไรบ้าง และจะต้องทำอะบ้างไปดูกันเลย 

  1. ปรับปรุง Google My Business ให้สมบูรณ์

ข้อนี้จะเป็นวิธีการที่ง่ายที่สุด นั้นก็คือ การกรอกข้อมูลที่จำเป็นบน Google My Business ตามหัวข้อ ดังต่อไปนี้ 

  • ใส่ข้อมูลสำคัญ  เช่น  ชื่อกิจการ/ชื่อบริษัท + Keyword ที่เกี่ยวข้องสัก 1-2 คำ เพื่อให้ง่ายต่อการค้นหา ด้วย เพิ่มที่อยู่, เบอร์, เว็บไซต์ รวมถึงอีเมล เพื่อบ่งบอกการมีตัวตนที่ชัดเจจน ช่วยทำให้ธุรกิจของคุณมีความน่าเชื่อถือ อีกระดับ
  • เพิ่มคำอธิบาย (Description) ของธุรกิจ  และ ในข้อนี้อย่าลืมใส่ คีย์เวิดลงไปด้วย 
  • ใส่รูปภาพ จะต้องใส่รูปภาพ ประมาณ  8 รูปขึ้นไป จะช่วยทำให้ธุรกิจของคุณน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
ร้านอาหารใกล้ฉัน Local SEO
  • เพิ่มรีวิวจากลูกค้า ข้อนี้จะเป็นการทำการตลาดได้เป็นอย่างดี หากมีการแจกของรางวัลสำหรับคนที่เคยเข้ามา Check-in ที่ร้าน โดยให้พวกเขาเขียนรีวิวให้กับทางร้านค้า เพิ่มเติม โดยการใส่คีย์เวิร์ด ลงไปเล็กน้อย 
  • อัปเดตข้อมูลอยู่เสมอ โดยคิดว่า GMB เป็นเหมือนกับ Facebook Page ที่เรราจะต้องเข้ามาโพสต์ เพิ่มคอนเทนต์ การนำเสนอต่าง ๆ หรือ เติมแต่งส่วนเพิ่มเติม

ยกตัวอย่าง เช่น การใส่ผลิตภัณฑ์  (Product) โดยที่เราจะต้องระบุผลิตภัณฑ์หลักของคุณทั้งหมด พร้อมกับการใส่ คีย์เวิดลงไป ที่คุณต้องการทำอันดับ ให้ใส่ลงไปในส่วนของข้อมูลด้วย 

  1. สร้างหน้า Local Location Page บนเว็บไซต์

คุณสามารถสร้างเนื้อหาเว็บไซต์ เพื่อให้โยงไปถึงกับพื้นที่นั้น ๆ ด้วย Longtail Keyword ซึ่งเป็น Keyword ตัวเดียวกับคุณใช้ทำอันดับบน Google Map โดยทำหน้า Landing Page ให้แยกออกจากหน้า Keyword หลักที่คุณต้องการทำอันดับด้วย ยกตัวอย่างเช่น เว็บไซต์เกี่ยวกับธุรกิจจัดฟัน 

  • หน้าเว็บ อาจจะใช้เป็น Keyword “คลินิกจัดฟัน” หรือ “คลินิกทำฟัน” เป็นต้น
  • ส่วนหน้า Local Location Page ที่สร้างแยกออกมา อาจจะใช้ Longtail Keyword ที่เป็นคีย์เวิด หรือ คำที่ต้องการค้นหา ให้เฉพาะเจาะจงมากกว่าเดิมในพื้นที่ อาทิเช่น  “คลินิกจัดฟัน สยาม” “คลินิกจัดฟัน ใกล้สยาม” เป็น ต้น 

การทำ Local Location Page แบบนี้จะเป็นการทำธุรกิจที่ต้องการให้ติดออันดับ SEO รวมไปถึงธุรกิจที่มีหลายสาขา ที่ช่วยคุณเก็บเจ้า Keyword ที่ทำไว้เฉพาะของแต่ละสาขาได้อีกด้วย เพื่อให้สอดคล้องกับสาขานั้น ๆ ได้มากกว่าเดิม

  1. ปรับปรุง On-Page เว็บไซต์เพิ่มเติม

การทำอันดับได้ดีบน Google Map และบน Search นอกจากเรื่องการปรับปรุง Google My Business แล้วคุณจะต้องประบปรุง On-page ของหน้าเว็บไซต์ใน หน้า Local Location Page ให้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม โดยทำการ Checklist ที่คุณต้องรู้ ดังต่อไปนี้ 

  • ปรับปรุง Longtail Keyword :  เราได้กล่าวไปแล้วข้างต้นว่า หน้า Local Location Page ควรจะใช้ Longtail Keyword เจาะลงไป ในสถานที่ต่าง ๆ ของธุรกิจให้มากกว่าเดิม โดยเอาคีย์เวิร์ด Description และในเนื้อหา นี้ให้ใส่ไปในคีย์เวิร์ด พวกสถานที่ต่าง ๆ ซอย และ เขต รวมไปถึงจังหวัดด้วย 

สรุป การทำ Local SEO มีประโยชน์มาก สำหรับการทำ Local Business และ ไม่ว่าจะเป็น

  • ช่วยในการทำอันดับบน Search Engine และ ทำการหลีกเลี่ยงการทำการแข่งขัน SEO แบบมุมกว้าง
  • ช่วยเรื่องการกำหนดกลุ่มเป้าหมายแบบชัดเจนมากกว่าเดิม เป็นการทำ Niche Marketing ไปในตัว
  • ช่วยให้การทำ Personalized Content เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ได้มากกว่าเดิม
  • ช่วยให้ร้านค้า หรือ ธุรกิจที่สร้างขึ้นมาแสดงในหน้าผลการค้นหาแบบ Google Map
  • ช่วยให้ธุรกิจได้รับความน่าเชื่อถือ จากคะแนนรีวิวลูกค้า ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็น หรือ เข้ามาใช้บริการ 

แต่การจะทำ Local SEO ให้ประสบความสำเร็จสูงนั้น จะต้องมีการ Checklist ทั้งหมด ร่วมด้วยทุกครั้ง แต่ถ้าหากคุณไม่มีเวลามาก แต่มีงบประมาณในการลงทุน ทำการตลาดแบบนี้ สามารถเลือก จ้างบริษัทรับทำ SEO ก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางเลือกที่ช่วยคุณทำ Local SEO ติดอันดับไวขึ้น แต่ถ้าหากคุณต้องการลงมือทำด้วยตนเอง เราขอแนะนำว่า ให้ค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป เพื่อให้การผลักดันและการรักษาอันดับ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าขึ้น