Keyword Research คืออะไร มาทำความรู้จัก และ วิเคราะห์เชิงลึก สำหรับคนที่เริ่มต้นทำ SEO 2023

Keyword Research คืออะไร มาทำความรู้จัก และ วิเคราะห์เชิงลึก สำหรับคนที่เริ่มต้นทำ SEO 2023

Keyword Research เป็นพื้นฐานของการทำ SEO และ เห็นหลาย ๆ คนต่างโชว์คีย์เวิดที่ไม่มีคุณภาพ และไม่มีปริมาณของการค้นหา พร้อมกับไม่มีการแข่งขันมาเป็น Report

และบทความนี้เราจะมาขออธิบายความหมาย Keyword Research แบบไหนดี แบบไหนมีคุณภาพ ไปพร้อมกับวิธีการค้นหาคีย์เวิดที่มีคุณภาพ ที่ตรงตามธุรกิจ โดยใช้ Keyword Research Tools พร้อมกับคำแนะนำไอเดียการค้าหาคีย์เวิดให้มีความน่าสนใจ

Keyword Research คืออะไร

Keyword Research คือ การค้นหาคำ หรือ ใช้สืบหาคำหรือวลีที่ผู้ใช้งานค้นหาข้อมูล ไม่ว่าจะเป็น สินค้า บริการ คอนเทนต์ ต่าง ๆ บน เครื่องมือค้นหา (Search Engine) ยกตัวอย่าง เช่น Bing, Youtube และ Google นำมาวิเคราะห์ เพื่อทำการเปรียบเทียบ พร้อมกับจัดลำดับความสำคัญ เพื่อเพิ่มยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์ 

ผู้ที่ทำ SEO จะทำ Keyword Research เพื่อใช้ตอบคำถาม ดังต่อไปนี้

  • (Search Volume) หาปริมาณคำค้นหา / เดือน ของคีย์เวิร์ดที่ต้องการทำอันดับ
  • ทำการวิเคราะห์ คู่แข่งของตัวคีย์ เวิด  (Keyword Difficulty)
  • วางแผน พร้อมกับกำหนดกลยุทธ์ของคอนเทนต์ เพื่อเพิ่มยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์  (SEO Content Strategy)
  • หาคีย์เวิด ที่มีความสำคัญมากที่สุด (Prioritizing Keywords)
Keyword-Research

Keyword หมายถึง คำค้นหาที่ผู้ใช้ค้นหาบน Search Engine ยกตัวอย่างคร่าว ๆ เช่น ถ้าหากเราต้องของใช้ภายในบ้าน แล้วต้องไปค้นหาบน Google ด้วยการพิมพ์คำว่า  “ของใช้ภายในบ้าน” คำว่า “ของใช้ภายในบ้าน” ก็จะเป็นคีย์เวิร์ดนั้นเอง

คำค้นหาที่ผู้ใช้ค้นหาบน-Search-Engine

ทำไม Keyword Research ถึงเป็นสิ่งสำคัญของคนที่ทำ SEO 

ถึงแม้ว่า Keyword Research ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เราก็พบคนที่เริ่มต้นทำ SEO หรือผู้ประกอบการบางคนอาจจะไม่รู้จักคำว่า Keyword Research สามารถเลือกคีย์เวิดได้ตามใจตัวเองโดยที่ไม่มีหลักฐานใด ๆ มาอ้างอิง เพราะถ้าหากทำไปแล้ว กลับพบว่าผลลัพธ์ไม่ได้ตามหวัง ก็อาจจะเสียทั้งเงินและเวลาไปแบบฟรี ๆ 

Keyword Research เปรียบเสมือนกกับการสำรวจ ความต้องการของตลาด ก่อนที่จะลงมือทำจริง ให้เราเห็นเป้าหมายที่ตั้งไว้ ไม่ทำฟรี  เพื่อเป็นพื้นฐานข้อแรกสุดของการทำ SEO ที่ช่วยให้เราเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย ของการค้นหา สินค้า และบริการ รวมไปถึง คอนเทนต์ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจของเราได้ เช่นกัน 

การทำ Keyword Research จะเป็นตัวกำหนด รายละเอียดงานในหลายๆ ส่วนของการทำ SEO 

ยกตัวอย่างเช่น

  • การกำหนดแผนการทำ SEO
  • การกำหนดหัวข้อคอนเทนต์ ต่าง ๆ 
  • ปรับแต่ง On-Page
  • การทำ SEO Content
  • การเพิ่ม Traffic ให้เว็บไซต์
  • การทำ Link Building
  • การเพิ่มโอกาสการเติบโตของธุรกิจ
  • การวางโครงสร้างเว็บไซต์ (site structure)
  • การโปรโมท คอนเทนต์ 

ทั้งหมดนี้ ถือว่าเป็นขั้นตอนแรกก ๆ ที่สำคัญเป็นอย่างมาก ที่จะทำให้ คนทำ SEO ไปส่วนนึงแล้วทำให้ไม่ต้องสร้าง Oraganic Traffic เข้าสู่เว็บไซต์ มาจากการที่ไม่ได้เริ่มต้น ทำความเข้าใจของการทำ Keyword Research ก่อน

เมื่อรู้แบบนี้แล้วการที่เราจะไปถึงเป้าหมาย นั้นก็จะเป็นเรื่องที่ชัดเจนอย่างมาก และ ตอบคำถามหลาย ๆ อย่างได้มากกว่าเดิม ยกตัวอย่างเช่น 

  • เว็บไซต์ควรให้ความสำคัญกับทางคีย์เวิด ว่าคำไหนเป็นพิเศษ
  • การสร้างเว็บ Organic Traffic ต้องทำอย่างไร
  • สร้างคอนเทนต์ แบบไหน เพื่อให้ตอบโจทย์ของการ Search Intent ของผู้ค้นหา
  • คีย์เวิร์ดที่ต้องการ ติดอันดับบนหน้าแรกของ Google มีการแข่งขันที่น้อย พร้อมกับมีโอกาสการแข่งขันไหม
  • ต้องเลือก คีย์เวิดรูปแบบไหนนบ้าง ที่จะเปลี่ยนผู้ใช้กลายเป็นลูกค้าให้ได้มากที่สุด

ใครที่ยังไม่รู้จักการทำ Keyword Research เราขอแนะนำว่าอย่าพึ่งเริ่มต้นทำ SEO แต่ให้กลับมาทบทวนเรื่องนี้ ก่อนศีกษาการทำ SEO ในส่วนอื่นๆ อาทิเช่น

ชนิดของ คีย์เวิด

คีย์เวิร์ด ความหมายกว้าง ๆ เลย ยกตัวอย่างเช่น  “Keyword” ความหมายที่เฉพาะเจาะจง นั่นก็คือ “Keyword คืออะไร และ ทำไม SEO หลาย ๆ คนชอบแบ่งออกเป็น 3 ชนิด เลยก็คือ คำที่ 1 คำที่ 2 และ คำที่ 3 หรือ บางคนอาจจะเรียกว่า Seed Keyword (1 คำ) และ Niche Keyword (2 คำ) และ Long tail Keyword (หรือ มากกว่า 3 คำ) วันนี้เราจะมาแบ่งเป็น Head Terms, Body Keywords และ Long tail Keywords ให้ดูคร่าว ๆ 

Head Terms

Head Terms เป็นคำที่มีความหมายในมุกมกว้างจะมีเพียงแค่ 1 คำ มักจะมีปริมาณการค้นหา และ มีการแข่งขันสูงมาก ถึงแม้ว่าจะเป็นชนิดของคำที่มีความน่าสนใจ เพราะเนื่องจากปริมาณการค้นหานั้นสูง แต่ส่วนคีย์เวิดนั้นจะมีลักษณะรูปแบบนี้ แต่ไม่สามารถที่บอกถึงความต้องการจริง ๆ ให้ผู้ค้นหาได้

ยกตัวอย่างเช่น คำว่า  “Keyword” ตีคววามหมายออกมาได้หลากหลายมาก ที่มีหลายคนค้นหาด้วยคำนี้ อาจจะกำลังมองหาคีย์เวิด อาทิเช่น “Keyword คืออะไร” หรือ “วิธีการหา Keyword” เรามักจะพบว่าคำหลักในรูปแบบนี้ ให้ ค่า conversions rate ที่น้อยกว่าคีย์เวิร์ด รูปแบบ body keywords และ long tail keywords แต่ด้วยที่มี Volume สูงจึงทำให้มีโอกาสที่จะเกิด conv. ได้พอสมควร หากมีสินค้า หรือ การให้บริการตรงกับคีย์เวิดคำนั้น

Body Keywords

Body Keywords

Body Keywords มีจำนวนคำ 2-3 คำ ถึงแม้ Search Volume จะน้อยกว่าคีย์เวิด Head Terms แต่ก็เป็นคำที่ทำให้หลาย ๆ คนรู้ถึงความต้องการของผู้ที่กำลังค้นหาได้มากกว่า และ มีการแข่งงขันไม่น้อย

 กลุ่มคำชนิดนี้ เรามักจะพบว่า การสร้าง conversions rate ได้มากกว่า ยกตัวอย่างคร่าว ๆ เช่น คำว่า  “SEO” กับคำว่า “รับทำ SEO” คำที่สองนี้จะเป็นคำที่เรารู้ถึงความต้องการของคนที่กำลังค้นหาได้มากกว่าคำแรกแน่นอน เพราะฉะนั้นแล้ว เมื่อเราทำหน้า landing page หรือ content ให้ตรงกับ คำนั้น ๆ โอกาสที่จะเปลี่ยนมาเป็น conv. จึงค่อนข้างสูง

Body Keywords

Long tail Keywords

Long tail Keywords เป็นคำที่มีมากกว่า 4 คำขึ้นไป มักจะเป็นคำที่มี Seach Volume ซึ่งน้อยกว่าคีย์อื่น ๆ แต่ก็เป็นกลุ่มคำที่ทำให้หลาย ๆ คนรู้จักความต้องการชองผู้ที่ค้นหหาได้อย่างละเอียดที่มากขึ้นกว่าเดิม และ มีการแข่งขันที่น้อยกว่า ถึง long tail keywords จะมีปริมาณการค้นหาที่น้อย แต่รู้หรือไม่ว่า การค้นหาคีย์เวิดส่วนใหญ่นั้น มักจะเป็น Long Tail Keywords เมื่อรวมเข้าด้วย ๆ กันอย่างหลาหลาย คำก็จะทำให้มี Search Volume นั้นสูงมากกว่าเดิมได้ เช่นกัน 

ส่วนชนิดที่ 3 ควรให้ความสำคัญบางกับชนิดไหน เป็นพิเศษ สำหรับเรานั้น เราคิดว่าเราควรให้ความสำคัญ ทั้ง 3 ชนิด เพราะว่าแต่ละชนิดนั้น มีข้อดี และ ข้อเสียแตกต่างกันออกไป 

Long tail Keywords

Keyword Research Tools

Keyword research tools คือ เครื่องมือสำหรับการวิเคราะห์ ของการค้นหา ที่มีการการแข่งขัน คุณภาพของคีย์เวิร์ด พร้อมกับต้นทุนที่สูง ค่าเฉลี่ยโฆษณา (Cost Per Click) ของคีย์เวิร์ดที่ผู้ค้นหาใช้ เพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจ ในการเลือกคีย์เวิด สำหรับการทำการตลาด ผ่านช่องทาง เสิร์ชเอนจิ้นมาร์เก็ตติ้ง

Keyword research tools ที่อยู่ในประเทศไทย หลาย ๆ คนอาจจะมีความคุ้นเคยชื่อของโปรแกรมค้นหา Keyword ที่มีหลากหลายเจ้าให้เลือกใช้ แต่ส่วนของประเทศไทยนั้น เราจะต้องหาโปรแกรมค้นหา คีย์เวิด ที่รองรับกับภาษาไทย เพราะเครื่องมือบางตัวอาจจะยังไม่มข้อมูลคีย์เวิร์ดของภาษาไทยอยู่ จึงไม่สามารถนำมาใช้ได้ และ โปรแกรมค้นหาคีย์เวิดที่ใช้อยู่เป็นประจำเลย ก็จะมีดังนี้ 

โดยปกติแล้ว ทุกเครื่องมือไม่ว่าจะมี Metrics ที่ใช้วิเคราะห์ ใกล้เคียงกันแต่ก็จะมี 

  • Search Volume ปริมาณที่ผู้ใช้ค้นหาคีย์เวิร์ด ในแต่ละรอบเดือน โดยส่วนนี้ไม่ได้หมายความว่า เราจะได้จำนวนผู้เข้าใช้ตามจำนวนนี้ทั้งหมด เพราะเนื่องจากไม่ได้แสดงถึง คนที่คลิ๊กเข้ามายังเว็บไซต์ของเราสักเท่าไหร่ 

ยกตัวอย่าง

  • สมมุติ คีย์เวิร์ด 1 คำ จะมีการค้นหาอยู่ที่ 100 เมื่อเราอยู่อันดับที่ 1 แล้วได้ CTR (Click-through rate) เท่ากับ 30% เราถึงจะได้ยอดผู้เข้าใช้งาน 30 ไม่ใช่ 100 และ อาจจะมีการลดลงมาเรื่อย ๆ ตามตำแหน่ง เพราะ Position มีผลต่อ CTR พอสมควร อันดับ 1 และ 2 จะให้ค่า CTR แตกต่างกันเกือบเท่าตัว
  • Cost Per Click คือ ราคาที่ต้องจ่ายสำหรับ คีย์เวิด เพื่อใช้ในการแสดงผลในหน้าของ SERP (search engine result pages) ที่แสดงผลในรูปแบบของ Ads ยิ่งมีค่าสูงมากเท่าไหร่ ยิ่งจ่ายแพง มากเท่านั้น !! ยิ่งค่าน้อย ยิ่งจ่ายน้อยตาม
  • Keyword Difficulty ค่าที่แสดงความยาก และง่ายของตัวคีย์เวิดรูปแบบ ออแกนิก คีย์เวิด ที่ไม่ใช่ Ads เพราะแตละที่นั้นมัการคำนวณแตกต่างกันออกไป ค่านี้จะเอามาดูจริงจังไม่สักเท่าไหร่ ผลการวิเคราะห์คู่แข่งในหน้าผลการค้นหานั้นอาจจะมีความละเอียดที่มากกว่า
  • Search Result จะแสดงเว็บไซต์ที่ติดอันดับของคีย์เวิดคำนั้น ๆ 

แต่จริง ๆ แล้วจะมีแค่คำเดียวก็คือ Search Volume กับดู Related Keyword ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกันกับคำนั้น ๆ สำหรับส่วนที่โฟกัสเป็นพิเศษเลยก็คือ บทบาทของคีย์เวิด ในหัวข้อวิธีเลือกคีย์เวิร์ดคุณภาพ เราอาจจะมีการใข้เครื่องมืออื่นๆ ตามไปด้วย ดังนี้ 

อันนี้สามารถนำเอาไปเป็นไอเดียการคิดหัวข้อของคอนเทนต์ การค้นหาคีย์เวิดที่เกี่ยวข้องมาเสริมประสิทธิภาพการทำ SEO Content แตกออกมาจากคีย์เวิร์ด เพิ่มเม

วิธีการค้นหา Keyword เพื่อเอามาใช้การทำ SEO 

ข้อแรก ให้เข้าไปทีหน้า https://neilpatel.com/ubersuggest/ เพื่อใช้งานโปรแกรม ค้นหาคีย์เวิด เมื่อกดคลิ๊กที่ลิงค์เข้าไปแล้วจะได้หน้าตาแบบนี้

ubersuggest

ข้อสอง เปลี่ยนภาษา จาก English / United States เป็น Thai / Thailand และทำการใส่คีย์เวิดลงไป ตามตัวอย่างในรูปได้เลย ยกตัวอย่างเช่น สมมุติว่า ขายของออนไลน์ เราก็จะใส่คีย์เวิดขายของลงไป แล้วกดปุ่มคำว่า search

ubersuggest ค้นหา keyword

ข้อสาม เราก็ได้ข้อมูลแล้ว ก็เอาข้อมูลนั้นใส่ลงไป

ubersuggest ดู keyword

ข้อสี่ เพื่อให้ดูข้อมูลคีย์เวิร์ดได้มากยิ่งขึ้นมากกว่าเดิม เกี่ยวกับคีย์เวิดที่เราใส่ลงไป เราสามารถเลือก คีย์เวิด ideas ทางด้านซ้ายมือ ได้เลย และ ให้กดคลิ๊กไป 

ข้อห้า โปรแกรมก็จะแสดงคีย์เวิร์ด ที่เกี่ยวข้องกับการที่เราต้องการค้นหา เพื่อให้เราวิเคราะห์ต่อว่าผู้ที่ค้นหาบนกูเกิลเขาค้นหาอะไรบ้าง และสอดคล้องกับธุรกิจเราหรือไม่ ถ้าจำนวนคีย์เวิร์ดยังน้อยเราสามารถคลิ๊กที่เมนู Related เพิ่มเติมได้เช่นกัน ระบบจะแสดงคีย์เวิร์ดเพิ่มเติมขึ้นมา

วิธีการเลือก Keyword คุณภาพมาใช้งานให้ได้ประโยชน์สูงสุด

การเลือกคีย์เวิดที่มีคุณภาพ ที่จะนำมาทำ SEO นั้นมีความสำคัญอย่งมาก เพราะรายละเอียดของ SEO นี้จะอยู่กับคีย์เวิร์ดที่เรากำหนดในตอนแรก เพราะการทำ SEO ตัวที่สามารถตัดสินว่าเว็บไซต์ไหนจะช่วยเพิ่มยอดขายของผู้เข้าชมได้ และ จะเพิ่มยอดขายได้ไหม ก็อยู่กับคีย์เวิดที่เลือกด้วย แล้วเราควรเลือก คีย์เวิร์ด รูปแบบไหนกันเพื่อเอามาทำ SEO งั้นมาดูแนวทางการเลือก คีย์เวิดกันเลยดีกว่าเราจะต้องเลือกแบบไหนดี ตามด้านล่างนี้ 

  • เลือกกลุ่มคำคีย์เวิร์ดที่ตรงกับสินค้า หรือ การให้บริการเป็นข้อแรก ยกตัวอย่าง เช่น คุณมีบริการรับสร้างเว็บไซต์ คีย์เวิดแรกเลย ก่อนที่จะเริ่มต้นทำก็คือ  “รับสร้างเว็บไซต์”
  • ปริมาณของ Search Volume จะต้องไม่น้อยจนเกินไป ควรเลือกคีย์เวิร์ดที่มี Search Volume ตั้งแต่ 1,000 ขึ้นไป 
  • เลือกคีย์เวิดที่รู้ความต้องการของค้นที่เข้ามาค้นหาก่อนแบบชัดเจน ยกตัวอย่างเช่น สร้างเว็บไซต์, บ้านน็อคดาวน์ไม่เลือกคีย์เวิร์ดที่มีความหมายกว้าง จนเกินไป อาทิเช่น เก้าอี้, รถ, เว็บ, บ้าน เป็นต้น เพราะจะสังเกตห็นได้ว่าเราไม่รู้ความต้องการของผู้ที่ค้นหาเลย มันจะกว้างมากนั่นเอง
  • ตรวจสอบ Search Intent เพื่อให้เหมาะกับคอนเทนต์ เพื่อดูว่าคีย์เวิร์ดที่ต้องการทำอันดับของหน้าแรกนั้นผลการค้นหาเป็นแบบไหน สามารถใช้คอนเทนต์ เพื่อดันให้ไปอยู่อันดับต้น ๆ ได้ บางกรณีหน้าแรกของผลการค้นหาเป็น VDO จากช่อง ยูทูปทั้งหมด ส่วนการสร้างคอนเทนต์บนเว็บไซต์เพื่อให้ติดนั้น ก็จะไม่เหมาะสมกับการสร้าง VDO คอนเทนต์ เน้นทำอันดับคีย์เวิร์ดที่เป็น Buyer’s Keywords ก่อน เพื่อเพิ่มโอกาสที่จะแปลงผู้เข้าชมเว็บไซต์ กลายมาเป็นลูกค้า เพื่อเพิ่มยอดขาย ยกตัวอย่าง เช่น กลุ่มคีย์เวิร์ดที่มีคำว่า ราคา ที่ไหนดี รับสอน รีวิว รวมถึง ชื่อแบรนด์ ที่เป็นกลุ่มคำที่ผู้ใช้รู้จัก สินค้า การให้บริการมาในระดับนึงแล้ว เราจะเรียกกลุ่มนี้ว่า Commercial Keyword
  • ความยากง่ายของ Keyword ของการทำ SEO ให้ดูว่คีย์เวิดที่เราเลือกนั้น มีการแข่งขันสูงหรือไม่ ถ้าหากดูในหน้า Top 10 หน้าแรกของกูเกิล Google แล้วพบว่าคู่แข่งแต่ละคน นั้นโหดเอามาก ๆ เพราะฉะนั้น เราอาจเลือกโฟกัสคีย์เวิร์ดตัวอื่น ๆ ก่อนเสมอ แล้วค่อยกลับมาทำตัวที่การแข่งขันสูงที่หลัง 

วิธีการคัดคีย์เวิด แบบเบื้องต้น

ก่อนอื่นเลยเราจะต้องเลือก คีย์เวิร์ดเที่เราให้ความสนใจที่จะเอามาทำ SEO มาสัก 1 คีย์ เอาที่เป็นคีย์เวิร์ดหลักที่เราจะเอาไปทำ SEO คอนเทนต์ เราก็จะเอาคีย์เวิร์ดนั้นไปทำการค้นหาใน Google แต่ให้ใช้คำสั่งนี้บนหน้ากูเกิล

allintitle=คีย์เวิร์ด แบบในรูปเลย เราก็จะทำการค้นหาแบบนี้ allintitle=ขายของ

แล้วให้สังเกตว่า ตัวเลขที่ถัดจากคำว่า about และก่อนคำว่า results นั้นคือตัวจำนวนหน้าเพจทั้งหมดที่ title โฟกัสคำว่า นั่นเอง หรือเราจะประมาณได้ว่า มีจำนวนคู่แข่งทั้งหมด 800K กว่าหน้าเพจอื่น ๆ ได้เช่นกัน

allintitle

และนี่ถือว่าเป็นจำนวนตัวเลขที่ไม่น้อยเลย ถ้าเราทำคีย์เวิดนั้นใส่ไปในช่วงแรก การแข่งขันคงเป็นได้ยาก จากคีย์เวิร์ดชุดเดิม เราได้ลองเปลี่ยนใหม่เป็นคีย์เวิดที่ยาวมากกว่านั้น และมี search intent ที่แตกต่างกันอกไปตั้งแต่ตัวแรกที่เลือกไว้ เพื่อไม่ให้เกิดคีย์เวิร์ดที่ใช้คอนเทนต์เดียวกันได้ โดยใช้เป็นคีย์เวิร์ด “ขายของใช้ในบ้าน” แทนผลการค้นหาจะอยู่ที่ volume มี 1,000 กว่าแค่นั้นเอง

allintitle ขายของใช้ในบ้าน

และเราก็พบว่ามีจำนวนคู่แข่งลดน้อยลงมากกว่าเดิม แถมจำนวน volume ก็ยังพอไปได้ เพราะฉะนั้นแล้ว การทำ SEO ในชุดเดิมคีย์เวิร์ดที่เรานำไปสร้างคอนเทนต์ก่อนอันดับแรกก็คือ แบบบ้านไม้น็อคดาวน์ เพราะว่าตัวนี้เป็น คีย์เวิร์ด ที่เกี่ยวข้องกับสินค้ามี search volume และ มีโอกาสที่จะเข้ามาอยู่หน้าแรกได้มากกว่าเดิม 

การจัดลำดับความสำคัญของตัว คีย์เวิร์ด เพื่อทำ SEO

เริ่มต้นเลือกคีย์เวิร์ดมาทำ SEO เพื่อนำมาทำคอนเทนต์ หรือ Optimize คอนเทนต์ ให้รองรับกลุ่มคำที่ตรงกับสินค้า หรือ การให้บริการธุรกิจของเรา ที่มี Volume ที่สูง และเราจะต้องรู้ความต้องการของผู้คนที่ค้นหาให้ชัดเจนก่อน แต่จะไม่ได้โฟกัสเรื่องการทำอันดับในกลุ่มคำนี้ในช่วงแรกๆ ของการทำ SEO เพราะว่าการแข่งขันนั้นมันสูง 

แต่จะไปเน้นคีย์เวิร์ดที่มีปริมาณการค้หาจำนวนนึง แลไม่มีการแข่งที่สูงจนเกินไป จะเป็นคีย์เวิร์ดให้ความรู้ ยกตัวอย่างเช่น คีย์เวิร์ด คืออะไร, SEO คืออะไร, เพื่อสร้างยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์ ก่อนเป็นอันดับแรก เพราะเนื่องจาก Traffic เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ Google หากรู้จจักเว็บของเราแล้วก็จะยิ่งมีผลต่อการทำ SEO มากยิ่งขึ้น

สรุป

เรื่องที่สำคัญมากที่สุดในการทำ SEO ก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ search intent การวิเคราะห์คีย์เวิร์ด SEO Content แต่อย่าลืมทำ keyword research ก่อนที่จะเริ่มทำ SEO ไม่ว่าจะทำเอง หรือ จะจ้างคนอื่นทำ เราจะต้องมีความมั่นใจก่อนเสมอว่า keyword ที่จะใช้เวลา ใช้แรง และ ใช้งานลงทุนนั้นมันคุ้มหรือยัง